เสียง ‘แรงงานสูงวัย’ สะท้อนโครงสร้างสวัสดิการ

7.05.26 | 16:58 น.

บรรยากาศวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ของการเดินขบวน หากแต่เป็น “ภาพตัดขวาง” ของโครงสร้างแรงงานไทยที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในมิติของ “แรงงานสูงวัย” และ “แรงงานนอกระบบ” ที่เพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้ที่ไม่แน่นอน และระบบสวัสดิการที่ยังไม่สามารถรองรับได้อย่างทั่วถึง

การรวมตัวของกลุ่มแรงงาน นำโดยสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ไม่ได้เป็นเพียงการ “ทวงสิทธิ” หากแต่เป็นการ “ย้ำเตือน” ถึงโจทย์เชิงโครงสร้างที่รัฐไทยยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข้อเรียกร้องหลัก ได้แก่ การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาท การคงไว้ซึ่งสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง 30 บาท) และการพัฒนาระบบประกันสังคมมาตรา 40 ให้เข้าถึงได้จริง สะท้อนความต้องการพื้นฐานของแรงงาน คือ “ความมั่นคงขั้นต่ำในการดำรงชีวิต”

“แก่ก่อนรวย” ความจริงที่แรงงานไทยกำลังเผชิญ

เสียงจากนางสุมิตรา บุญกลาง อายุ 64 ปี แรงงานนอกระบบจากลาดกระบัง เป็นตัวแทนของแรงงานจำนวนมากที่กำลังเผชิญภาวะ “แก่ก่อนรวย” อย่างชัดเจน

Advertisement

เมื่อเข้าสู่วัยเกิน 60 ปี โอกาสในการจ้างงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความสามารถในการหารายได้ก็ถูกจำกัดจากทั้งปัจจัยด้านสุขภาพและโครงสร้างตลาดแรงงานที่ไม่เอื้อต่อผู้สูงอายุ ส่งผลให้แรงงานจำนวนไม่น้อยต้องหันไปพึ่งพาอาชีพอิสระ เช่น ค้าขายรายย่อย ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน

ในขณะเดียวกัน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบันที่อยู่ในช่วง 600 บาทต่อเดือน กลับไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพจริง โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ที่ต้นทุนชีวิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อเรียกร้องให้ปรับเพิ่มเป็น 3,000 บาท จึงไม่ใช่เพียง “ตัวเลข” แต่เป็นการสะท้อนว่า ระดับสวัสดิการปัจจุบันไม่สามารถรองรับการดำรงชีวิตพื้นฐานได้

หากพิจารณาในเชิงนโยบาย การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุในระดับดังกล่าวจะช่วยลดความยากจนในกลุ่มผู้สูงวัย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” จำนวนผู้มีสิทธิรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี นี่จึงเป็น “สมการยาก” ระหว่างความจำเป็นทางสังคม กับข้อจำกัดทางการคลังของรัฐ

สิทธิรักษาพยาบาล จาก “30 บาทรักษาทุกโรค” สู่ความกังวลเรื่องการเข้าถึง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ ความกังวลต่อสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “บัตรทอง 30 บาท” แม้ในเชิงนโยบาย ระบบดังกล่าวยังคงเป็นหลักประกันสำคัญของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติ แรงงานจำนวนหนึ่งสะท้อนว่า การเข้าถึงบริการมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การต้องมีใบส่งตัว หรือการต้องสำรองจ่ายในบางกรณี

สำหรับแรงงานสูงวัยและผู้ป่วยติดเตียง ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง “ความไม่สะดวก” แต่เป็น “อุปสรรคเชิงโครงสร้าง” ที่อาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ข้อเรียกร้องให้ “คืนสิทธิที่ขาดหาย” จึงสะท้อนความคาดหวังให้รัฐรักษาหลักการสำคัญของระบบสุขภาพ คือ ความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ

รายได้หด ค่าครองชีพพุ่ง วงจรความเปราะบางของแรงงานฐานราก

เสียงจาก นายบรรพต สุขมณี อายุ 65 ปี วินมอเตอร์ไซค์ สะท้อนอีกด้านของปัญหา คือ “รายได้ที่ลดลง” ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น จำนวนผู้โดยสารที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้รายได้ไม่เพียงพอ ขณะที่ต้นทุนชีวิต เช่น ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ยังคงเพิ่มขึ้น สถานการณ์นี้สะท้อน “วงจรความเปราะบาง” ของแรงงานนอกระบบ กล่าวคือ รายได้ไม่แน่นอน ไม่มีหลักประกันรายได้ และ ไม่มีสวัสดิการรองรับ

ข้อเรียกร้องให้รัฐปรับค่าแรง ลดต้นทุนพลังงาน และเพิ่มสวัสดิการ จึงเป็นความพยายาม “ปรับสมดุล” ระหว่างรายได้และรายจ่าย ซึ่งเป็นโจทย์พื้นฐานของเศรษฐกิจแรงงาน

มุมมองภาครัฐ เร่งยกระดับทักษะ แต่ยังไม่แตะฐานสวัสดิการ

ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ในช่วงวันแรงงานว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพแรงงาน ทั้งการพัฒนาทักษะ (upskill-reskill) การสนับสนุนแรงงานแพลตฟอร์ม และการขยายความคุ้มครองประกันสังคม แนวทางดังกล่าวสะท้อน “วิธีคิดเชิงเศรษฐกิจ” ที่มุ่งเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และเตรียมความพร้อมต่อเศรษฐกิจดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม ในมุมของแรงงานสูงวัย นโยบายลักษณะนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์เร่งด่วน เนื่องจากข้อจำกัดด้านอายุ สุขภาพ และโอกาสในการเข้าถึงการฝึกอบรม กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ นโยบายรัฐยังเน้น “การเพิ่มศักยภาพในอนาคต” มากกว่าการ “ประกันความมั่นคงในปัจจุบัน”

มุมฝ่ายค้าน ชี้ปัญหาเชิงโครงสร้าง “สวัสดิการไม่ทั่วถึง”

ขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน สะท้อนอีกมุมว่า ปัญหาแรงงานไทยไม่ได้อยู่ที่ทักษะเพียงอย่างเดียว แต่คือ “โครงสร้างสวัสดิการที่ไม่ครอบคลุมและไม่เป็นธรรม” โดยชี้ให้เห็นข้อจำกัดของระบบประกันสังคม ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ที่ไม่เพียงพอ และการเข้าถึงของแรงงานนอกระบบที่ยังมีอุปสรรค

ในประเด็นหลักประกันสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เพิ่มภาระให้ประชาชน จะยิ่งซ้ำเติมกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อย มุมมองดังกล่าวสะท้อน “ความต่างเชิงแนวคิด” ระหว่างฝ่ายนโยบายรัฐที่เน้นการพัฒนา กับฝ่ายค้านที่เน้นการกระจายความคุ้มครอง

3 ปมโครงสร้างแรงงานไทย

เมื่อพิจารณาจากทุกมิติ สามารถสรุป “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ของแรงงานไทยได้ 3 ประเด็นหลัก 1.ระบบสวัสดิการที่แยกส่วน แรงงานไทยถูกแบ่งออกเป็นหลายระบบ ทั้งประกันสังคม ข้าราชการ และบัตรทอง ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิ โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของกำลังแรงงาน 2.ความไม่สมดุลของรายได้กับค่าครองชีพ รายได้ของแรงงานฐานรากไม่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ทำให้เกิดภาวะ “ทำงานแต่ยังจน” (working poor) และ 3.การขาดหลักประกันในวัยชรา ประเทศไทยยังไม่มีระบบบำนาญถ้วนหน้าที่เพียงพอ ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากต้องทำงานต่อไปแม้เข้าสู่วัยสูงอายุ

ทางออกเชิงนโยบาย “รัฐสวัสดิการ” ในบริบทไทย

ข้อเรียกร้องในวันแรงงานปีนี้ สะท้อนว่า “รัฐสวัสดิการ” ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงอุดมการณ์ แต่เป็นความจำเป็นเชิงโครงสร้าง แนวทางที่ถูกเสนอ ได้แก่ 1.ปรับเบี้ยผู้สูงอายุให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ 2.ปฏิรูประบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ 3.รักษาและพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพให้เข้าถึงได้จริง และ 4.กำหนดค่าแรงที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ “การออกแบบนโยบายให้สมดุล” ระหว่างความยั่งยืนทางการคลัง และความเป็นธรรมทางสังคม

จากเสียงบนท้องถนน สู่โจทย์เชิงนโยบายของรัฐ

เสียงของแรงงานสูงวัยในวันแรงงานปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องเฉพาะหน้า หากแต่เป็น “สัญญาณเตือน” ถึงโครงสร้างสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง ในสังคมที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “เศรษฐกิจจะเติบโตเท่าไร” แต่คือ “การเติบโตนั้นจะถูกกระจายอย่างเป็นธรรมเพียงใด” และท้ายที่สุด คำตอบของคำถามนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่า ระบบเศรษฐกิจและสวัสดิการของไทย จะสามารถรองรับชีวิตของ “คนทำงาน” ได้อย่างมั่นคง ตั้งแต่วัยแรงงาน จนถึงบั้นปลายชีวิต หรือไม่