‘พัฒนา’ เปิดสัญญาณ 6 โรคเฝ้าระวัง เผยพบป่วย ‘ซิฟิลิส’ พุ่งสูงในวัยรุ่น

8.05.26 | 16:53 น.

‘พัฒนา’ เปิดสัญญาณ 6 โรคเฝ้าระวัง ‘ซิฟิลิส’ พุ่งสูงในวัยรุ่น

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมประชุม

นายพัฒนา กล่าวว่า ในที่ประชุมพิจารณาหลายเรื่อง โดยเรื่องที่ 1 การแต่งตั้งคณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 จำนวน 8 ท่าน จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อและสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคของประเทศ โดยมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในการประกาศหรือยกเลิกเขตติดโรค และให้คำแนะนำต่ออธิบดีกรมควบคุมโรคในการประกาศหรือยกเลิกการกำหนดโรคระบาด รวมถึงปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมอบหมาย

นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องที่ 2 นโยบายการขับเคลื่อนวัคซีนลำดับความสำคัญสูงสุด (First Priority) ปี 2569-2571 ซึ่งมี 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เร่งบรรจุวัคซีนรวม 6 โรค DTwP-HB-Hib-IPV คือ คอตีบ, บาดทะยัก, ไอกรน, ตับอักเสบบี, โปลิโอ และ เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อ Hib และวัคซีน Tdap ป้องกัน 3 โรค คือ

1.บาดทะยัก คอตีบ และไอกรน เข้าชุดสิทธิประโยชน์ปี 2569 สำหรับเด็กและวัยรุ่น 2.จัดแคมเปญฉีดวัคซีนเอชพีวี (HPV) 9 สายพันธุ์ 2 โดส ให้ผู้หญิงอายุ 21-26 ปี ในช่วงปีงบประมาณ 2569-2570 และ 3.ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดหาวัคซีนที่ยังไม่อยู่ในสิทธิพื้นฐาน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนในระดับพื้นที่ ครอบคลุมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยกลุ่มเด็กและวัยรุ่น คือ วัคซีนรวม 6 โรค, วัคซีน Tdap และวัคซีนไข้เลือดออก ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป คือ วัคซีน 4 ชนิด คือ HPV, ตับอักเสบบี, ไข้เลือดออก และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ

นายพัฒนา กล่าวว่า และเรื่องที่ 3 เห็นชอบการจัดตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและป้องกันโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จำนวน 3 ด่าน ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) จ.บึงกาฬ, จุดผ่านแดนถาวรบ้านปากแซง จ.อุบลราชธานี และจุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ จ.เลย

Advertisement

นายพัฒนา กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้มีการติดตามการดำเนินงานเรื่องที่สำคัญ ได้แก่ การรับทราบความก้าวหน้าแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยได้กำหนดช่องทางการรายงานข้อมูลตามประเภทสถานพยาบาล ได้แก่ ระบบ MOPH PHR สำหรับโรงพยาบาลรัฐ ระบบ Semi-offline สำหรับโรงพยาบาลเอกชน และระบบหมอพร้อมสเตชั่นสำหรับคลินิกเอกชน

“ปัจจุบันข้อมูลจนถึงเดือนมกราคม 2569 มีหน่วยบริการส่งข้อมูลเข้าระบบแล้ว 4,690 แห่ง จาก 12,229 แห่ง คิดเป็น 38.35% โดยโรงพยาบาลชุมชนมีสัดส่วนการรายงานสูงสุดถึง 95% ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 3 ของการดำเนินงาน (เมษายน–ธันวาคม 2569) ซึ่งมุ่งขยายการครอบคลุมไปยังหน่วยบริการนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชน พร้อมทั้งนำร่องระบบที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งเป้าหมายประกาศใช้งานทั่วประเทศในวันที่ 1 มกราคม 2570” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวว่า ทั้งนี้ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์โรคติดต่อสำคัญอย่างใกล้ชิด 6 โรคสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 1.โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอยู่ในช่วงรณรงค์ฉีดวัคซีนประจำปี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็กและผู้มีโรคประจำตัว 2.โรคหัด แม้แนวโน้มลดลงแต่ยังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน จึงควรเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ 3.โรคไวรัสตับอักเสบเอ ให้ความสำคัญกับสุขาภิบาลอาหารและน้ำเพื่อป้องกันการปนเปื้อน

4.โรคซิฟิลิส ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ จึงควรป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัยและเข้ารับการตรวจคัดกรอง 5.โรคไข้หูดับมีความเสี่ยงจากการบริโภคหมูดิบหรือสุกๆ ดิบๆ และการสัมผัสเนื้อหมูสด 6.โรคเมลิออยโดสิส หรือ โรคไข้ดิน ที่พบในผู้ที่สัมผัสดินและน้ำโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกรและ ผู้ป่วยเบาหวาน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง หูอื้อ หรืออาการรุนแรงหลังสัมผัสปัจจัยเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและลดการแพร่กระจายของโรค