เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ห้องอบรมคนหางานก่อนไปทำงานต่างประเทศ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พบปะพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมให้โอวาทแรงงานไทยในการฝึกอบรม และตรวจสารเสพติด สำหรับแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ EPS ไต้หวัน อิสราเอล และญี่ปุ่น โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารกระทรวงแรงงานเข้าร่วม
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และนำเม็ดเงินกลับเข้าสู่ประเทศแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้แรงงานไทยได้เรียนรู้และสะสมประสบการณ์จากต่างแดน ซึ่งถือเป็น “ทุนมนุษย์” ที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ และอีกหนึ่งกลไกสำคัญ คือ การเปิดโอกาสให้แรงงานไทยได้ไปเรียนรู้การทำงาน เทคโนโลยี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตในต่างประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้และประสบการณ์กลับมาต่อยอดอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว โดยที่ผ่านมา มีคนไทยจำนวนมากที่นำประสบการณ์จากต่างประเทศกลับมาเป็นผู้ประกอบการ สร้างธุรกิจและสร้างรายได้อย่างมั่นคง โดยในครั้งนี้มีแรงงานไทยเข้ารับการอบรมก่อนเดินทางจำนวน 597 คน แบ่งเป็นผู้ที่จะเดินทางไปทำงานใน เกาหลีใต้ ภายใต้ระบบ EPS จำนวน 220 คน และ ประเทศอื่น ๆ จำนวน 377 คน เดินทางโดยบริษัทจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง
“กระทรวงแรงงานไม่ได้มีหน้าที่เพียงส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศเท่านั้น แต่เรายังมีภารกิจในการพัฒนาทักษะฝีมือ ดูแลสิทธิและสวัสดิการของแรงงานไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราจะไม่ทอดทิ้งและจะดูแลแรงงานทุกคน ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดก็ตาม หากประสบปัญหา ความเดือดร้อน หรือประสบอุบัติเหตุในการทำงาน ขอให้ติดต่อกระทรวงแรงงาน เรายินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า กระทรวงแรงงานพร้อมดูแลและต้อนรับการกลับมาของทุกคนเสมอ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพและประสบความสำเร็จในการทำงาน” นายจุลพันธ์ กล่าว
ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในต่างประเทศกว่า 200,000 คน ใน 142 ประเทศทั่วโลก สามารถสร้างรายได้กลับสู่ประเทศประมาณกว่า 200,000 ล้านบาท โดยประเทศปลายทางสำคัญ ได้แก่ ไต้หวัน อิสราเอล เกาหลีใต้ มาเลเซีย และญี่ปุ่น ในขณะที่ปีงบประมาณ 2569 กรมการจัดหางานตั้งเป้าจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ 130,000 คน จัดส่งได้แล้ว 69,983 คน คิดเป็นรายได้กลับประเทศกว่า 99,155 ล้านบาท ซึ่งในวันนี้กรมการจัดหางาน ได้จัดการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายแรงงาน สิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ และการใช้งานระบบ SMART TOEA เพื่อเป็นช่องทางในการติดตาม ดูแล และให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงการบูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในการตรวจคัดกรองสารเสพติดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศปลายทางและยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยสู่ระดับสากล
สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ สามารถติดตามข่าวสารการประกาศรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/overseas และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สายด่วน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน


