กรมควบคุมโรคคาดไข้เลือดออกปี’69ลดลง1.7เท่า ชี้มาตรการเชิงรุกเริ่มเห็นผล-แต่ยังวางใจไม่ได้

18.05.26 | 08:08 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยภายหลังติดตามสถานการณ์โรคไข้เลือดออกและการดำเนินงานควบคุมโรค ว่า ในปีงบประมาณ 2569 กรมควบคุมโรคได้กำหนดนโยบายควบคุมโรคไข้เลือดออกอย่างเข้มข้น ภายใต้เป้าหมายสำคัญคือ “จำนวนผู้ป่วยต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของจำนวนผู้ป่วยในปี 2568” เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดและลดอัตราการเสียชีวิตให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด โดยมาตรการสำคัญในปีนี้ประกอบด้วย การติดตามสถานการณ์โรคแบบรายสัปดาห์ในรูปแบบ “One Page Weekly Monitoring” เพื่อให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับสามารถประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็ว ทันต่อการตัดสินใจ รวมถึงการจัดทำแผนการทำงานควบคู่กับระบบรายงานผล โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ด้านหลัก คือ การเฝ้าระวังโรค (Surveillance) และการตอบโต้ควบคุมโรค (Response)

นพ.นิติ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกล่าสุด ประจำสัปดาห์ที่ 19 ปี 2569 พบผู้ป่วยสะสม 6,310 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 9.76 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 9 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 0.14 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีผู้ป่วยสะสม 10,976 ราย อัตราป่วย 16.95 ต่อประชากรแสนคน และเสียชีวิต 14 ราย พบว่าปีนี้จำนวนผู้ป่วยลดลงอย่างชัดเจน โดยลดลงประมาณ 1.7 เท่า สะท้อนว่ามาตรการควบคุมโรคและการเฝ้าระวังเชิงรุกเริ่มเห็นผล นอกจากนี้ หากย้อนดูข้อมูลย้อนหลัง 6 ปี พบว่า ปี 2567 ถือเป็นปีที่มีการระบาดรุนแรง โดยมีผู้ป่วยสูงถึง 30,805 ราย อัตราป่วย 46.62 ต่อประชากรแสนคน และเสียชีวิต 36 ราย ขณะที่ปี 2566 พบผู้ป่วย 17,554 ราย เสียชีวิต 19 ราย ส่วนปี 2565 มีผู้ป่วย 2,942 ราย เสียชีวิต 4 ราย และปี 2564 มีผู้ป่วย 3,407 ราย เสียชีวิต 2 ราย

นพ.นิติ กล่าวว่า จากกราฟแนวโน้มผู้ป่วยรายสัปดาห์ปี 2569 พบว่า จำนวนผู้ป่วยยังต่ำกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี (2564-2568) อย่างต่อเนื่อง และต่ำกว่าปี 2568 ในทุกช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในปีนี้จำนวนผู้ป่วยรายสัปดาห์เฉลี่ยอยู่ในระดับประมาณ 200-500 รายต่อสัปดาห์ ยังไม่พบสัญญาณการพุ่งสูงแบบที่เคยเกิดขึ้นในปี 2567 ซึ่งเคยมีจำนวนผู้ป่วยรายสัปดาห์ทะลุ 2,000 รายในช่วงกลางปี อย่างไรก็ตาม ยังพบรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง โดยข้อมูลอีกชุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตสะสม 11 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.17 สะท้อนว่าผู้ป่วยบางส่วนยังเข้าสู่ระบบรักษาช้า หรือมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แม้แนวโน้มภาพรวมจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ยุงลายแพร่พันธุ์ได้ดี และมักเป็นช่วงที่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องทุกพื้นที่

นพ.นิติ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรคเชิงรุก ทั้งการค้นหาผู้ป่วยเร็ว ควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การพ่นสารเคมีในจุดเสี่ยง รวมถึงการสื่อสารสร้างความตระหนักแก่ประชาชน โดยขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ได้แก่ เก็บบ้าน เก็บขยะ และเก็บน้ำ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะผู้ที่มีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว เบื่ออาหาร หรือมีจุดเลือดออกตามร่างกาย หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว และหลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้อักเสบที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกได้ เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงลดจำนวนผู้ป่วย แต่ต้องลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในทุกพื้นที่