กรมควบคุมโรคแนะ ‘ประชาชน’ เฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพช่วงฤดูฝน

15.05.26 | 17:54 น.

กรมควบคุมโรคแนะ ‘ประชาชน’ เฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพช่วงฤดูฝน

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569) พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ และ นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค แถลงอัพเดตสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพประจำเดือนพฤษภาคม หัวข้อ “พฤษภาใส่ใจ เปิดเทอมปลอดภัย ห่างไกลโรคภัยหน้าฝน” ว่า 5 อันดับโรคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูลวันที่ 12 เมษายน – วันที่ 10 พฤษภาคม 2569) ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคปอดอักเสบ โรคอาหารเป็นพิษ โรคไข้หวัดใหญ่ และ โรคสุกใส และ 5 อันดับโรคที่พบอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยมากที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ โรคไข้หูดับ โรคเมลิออยโดสิส โรคเลปโตสไปโรสิส โรคไข้สมองอักเสบ และ โรคไข้มาลาเรีย

โรคเมลิออยโดสิส (โรคไข้ดิน) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 950 ราย เสียชีวิต 32 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยตายสูงสุด คือ 50 – 59 ปี แนะประชาชน กลุ่มเสี่ยง เกษตรกร “ใส่รองเท้าบูท หากต้องลุยน้ำ ย่ำโคลน ดื่มน้ำต้มสุก หลีกเลี่ยงสูดดม (ฝุ่นดิน)” หากมีไข้สูงต่อเนื่อง 2 วัน ร่วมกับมีประวัติการสัมผัสดินและน้ำมาก่อน ให้รีบพบแพทย์ทันที

โรคเลปโตสไปโรสิส (โรคไข้ฉี่หนู) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 1,224 ราย เสียชีวิต 14 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปัจจุบันยังคงพบผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 4 – 10 พฤษภาคม 2569 พบผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 2 ราย เนื่องจากเข้ารับการรักษาล่าช้า แนะประชาชน 1.หลีกเลี่ยงเดินลุยน้ำย่ำโคลน หรือใช้แหล่งน้ำร่วมกับสัตว์ 2.สวมรองเท้าบูท เมื่อต้องเดินลุยน้ำย่ำโคลน หรือทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด 3.หากมีบาดแผลให้ปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ 4.อาบน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที หลังจากลุยน้ำย่ำโคลน 5.รักษาความสะอาดบ้านเรือน กำจัดขยะไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู และ 6.หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง โดยเฉพาะที่น่อง/โคนขา/หลังส่วนล่าง ภายใน 1-2 สัปดาห์ หลังลุยน้ำ ย่ำโคลน หรืออยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ให้รีบพบแพทย์ทันที

Advertisement

โรคไข้หูดับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 315 ราย เสียชีวิต 21 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม 40 – 49 ปี แนะประชาชน 1.ไม่รับประทานเนื้อหมู/ผลิตภัณฑ์จากหมูแบบดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ให้เลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน 2.ปรุงเนื้อหมูให้สุก โดยใช้น้ำต้มเดือดหรือใช้ความร้อนอย่างน้อยที่ 70 องศาเซลเซียส 10 นาที หรือสังเกตเนื้อหมูที่ปรุงด้วยความร้อนว่าปราศจากสีแดง 3.หากมีบาดแผล หลีกเลี่ยงสัมผัสหมู/ผลิตภัณฑ์จากหมูโดยตรง ใส่ถุงมือหรือใช้อุปกรณ์ป้องกัน 4.ห้ามสัมผัสและนำซากหมูป่วยตายหรือป่วยตายไม่ทราบสาเหตุมาปรุงเป็นอาหาร หรือจำหน่าย โดยเด็ดขาด ให้แจ้งปศุสัตว์หรือหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ตรวจสอบ/กำจัดซาก 5.ไม่เก็บเนื้อหมู ผักผลไม้ และเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ ในภาชนะเดียวกัน และไม่ใช้ มีด เขียง ตะเกียบ กับเนื้อหมูดิบและอาหารปรุงสุกร่วมกัน และ 6.หลังสัมผัสหมูหรือเนื้อหมู ให้ล้างมือ หรือทำความสะอาดร่างกาย ด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้ง

โรคพิษสุนัขบ้า ปี 2569 พบผู้เสียชีวิต 5 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2569) ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม อายุ 31 – 45 ปี ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ไปพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนหลังถูกกัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แนะประชาชน 1.นำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนตามกำหนด 2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่ไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 3.หากสุนัขมีอาการดุร้ายหรือซึมผิดปกติ ควรรีบพาไปหาสัตวแพทย์ และหากสัตว์ตายภายใน 10 วัน หลังแสดงอาการ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เพื่อนำส่งตรวจห้องปฏิบัติการ 4.โรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้เกิดเฉพาะช่วงหน้าร้อน แต่พบได้ทั้งปี และนอกจากสุนัขแล้ว สามารถเกิดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ เช่น แมว โค กระบือ และ ม้า 5.หลีกเลี่ยงการสัมผัส โดยใช้คาถา 5 ย. “อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแยก อย่าหยิบ อย่ายุ่ง” และ 6.หากถูกสัตว์กัด ข่วน แม้แผลเล็กน้อย หรือเลียที่บาดแผล ควรเข้าพบแพทย์เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

ส่วนโรคที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน โรคระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ ข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วย 175,335 ราย เสียชีวิต 14 ราย โรคปอดอักเสบ พบผู้ป่วย 133,466 ราย เสียชีวิต 217 ราย โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี พบผู้ป่วย 1,853 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูการระบาดของโรคทางเดินหายใจ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แนะประชาชน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำทุกปี และปฏิบัติตามสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดีอย่างเคร่งครัด

โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 6,627 ราย เสียชีวิต 10 ราย ปี 2569 ผู้ป่วยลดต่ำลงกว่าปี 2568 แต่ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว และอาจพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูการระบาดของโรค แนะประชาชน 1.สวมเสื้อผ้ามิดชิด ใช้สเปรย์หรือโลชั่นกันยุง ติดมุ้งลวดและนอนในมุ้ง 2.กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุก 7 วัน ปรับปรุงสภาพแวดล้อมไม่ให้มีขยะหรือภาชนะรองรับน้ำ ทั้งภายในและรอบบ้าน 3.หากมีไข้สูงลอยเกิน 2 วัน รับประทานยาพาราเซตามอล เช็ดตัวแต่ไข้ไม่ลด ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มีจุดผื่นแดง ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้ ห้ามรับประทานยากลุ่ม NSAIDs เช่น ไดโคลฟีแนค ไอบูโพรเฟน แอสไพริน และ 4.วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกเป็นวัคซีนทางเลือก ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนรับวัคซีน

ภัยจากฟ้าผ่า ตั้งแต่ปี 2566 – 2568 มีรายงานพบผู้บาดเจ็บจากฟ้าผ่า 183 ราย และเสียชีวิต 27 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อยู่ในช่วงอายุ 45 – 49 ปี และประกอบอาชีพใช้แรงงานและเกษตรกรรม โดยสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่ในนา ไร่ สวน และที่บ้าน พบมากช่วงเดือนพฤษภาคม แนะประชาชน ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดฝนฟ้าคะนอง 1.หลบในอาคารที่ปลอดภัย หรือในรถยนต์ที่ปิดหน้าต่างมิดชิด (อย่าสัมผัสโลหะของตัวรถ) 2.เลี่ยงที่โล่งแจ้ง เช่น ทุ่งนา ไร่ สวน สนามกอล์ฟ หรือบนดาดฟ้าตึก 3.อย่าอยู่ใต้ต้นไม้สูง หลีกเลี่ยงต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือเสาไฟฟ้าที่ไม่มั่นคง เพราะฟ้ามักผ่าจุดที่สูงที่สุด 4.งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรศัพท์มือถือในที่โล่งแจ้ง และงดพกพาหรือถือร่มที่มีปลายแหลมเป็นโลหะ อยู่ห่างจากวัตถุที่เป็นโลหะ 5.หากอยู่ในที่โล่งแจ้งและหนีไม่ทัน ให้นั่งยองๆ เท้าชิดกัน เขย่งปลายเท้า มือปิดหู เพื่อลดพื้นที่สัมผัสกับพื้น อย่าหมอบราบกับพื้น เพราะกระแสไฟฟ้าอาจวิ่งตามพื้นได้

สำหรับสถานการณ์โรคจากต่างประเทศ โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา พบได้ทั่วโลก ความรุนแรงแตกต่างกันตามชนิดของเชื้อในแต่ละภูมิภาค สำหรับการแพร่ระบาดบนเรือสำราญ MV Hondius ที่ล่องในมหาสมุทรแอตแลนติก ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 มีรายงานผู้ป่วย 11 ราย (ผู้ป่วยยืนยัน 8 ราย ผู้ป่วยสงสัย 3 ราย) ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ และการระบาดจำกัดอยู่บนเรือสำราญ ทั้งนี้ การเฝ้าระวังในประเทศไทย กรมควบคุมโรคยืนยันว่ายังไม่พบเชื้อไวรัสนี้ในไทย และเตรียมมาตรการเฝ้าระวังและการสุขาภิบาลเชิงรุก ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคจากการระบาดของ เชื้อไวรัสฮันตาจากต่างประเทศ และเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวังในประเทศ พร้อมทั้งประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย แนะนำประชาชน 5 วิธีป้องกันตนเอง 1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสารคัดหลั่งของหนู 2.รักษาความสะอาดบ้านและที่ทำงาน 3.เก็บอาหารในภาชนะปิดมิดชิด 4.กำจัดขยะ และ 5.ปิดช่องทางที่หนูสามารถเข้ามาอาศัย ทั้งนี้ หากต้องทำความสะอาดแหล่งที่อยู่สัตว์พาหะ เช่น หนู ต้องเปิดให้อากาศถ่ายเทก่อน ใช้ผ้าชุบน้ำหรือน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาด สวมหน้ากากและถุงมือทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการกวาดแห้งที่ทำให้ฟุ้งกระจาย

โรคไข้หวัดนก สถานการณ์ทั่วโลกในปี 2569 พบผู้ป่วยสะสม 4 ราย ในประเทศกัมพูชา และผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย โดยสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แจ้งต่อองค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ A (H9N2) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แนะประชาชน หากเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มี การระบาดของไข้หวัดนก ควรสวมเครื่องป้องกันหากจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ และหมั่นล้างมือบ่อยๆ รับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด กรณีหลังเดินทาง หากมีอาการผิดปกติ ไข้ ไอ น้ำมูก หอบเหนื่อย ให้แจ้งประวัติเดินทางและการสัมผัสสัตว์อย่างละเอียดและพบแพทย์ทันที

รณรงค์วันสำคัญ วันความดันโลหิตสูงโลก ในวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก (World Hypertension Day) ในปี 2569 นี้ ประเด็นการรณรงค์ คือ “Controlling hypertension together: check your blood pressure regularly, defeat the silent killer.” ร่วมมือกัน ลดความดัน ให้ถึงเกณฑ์ มุ่งเน้นให้ประชาชนตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ ลดความเครียด ทำจิตใจให้ผ่องใส ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อและภาวะแทรกซ้อน

วันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day 2026) วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2569 ของประเทศไทย คือ หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด #นิโคตินเสพติด จน ตาย (Unmasking the Appeal: Exposing Industry Tactics on Tobacco and Nicotine Products) การสูบบุหรี่ไม่ใช่แค่ความเคยชิน แต่คือการทำลายร่างกายทั้งตัวคนสูบและคนใกล้ชิด กรมควบคุมโรครณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ร่วมสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ ในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2569 ณ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร พบกับนิทรรศการให้ความรู้โทษ พิษ ภัย ผลกระทบจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบ การแข่งขัน Dance Contest และกิจกรรมอีกมากมาย

วันไข้เลือดออกอาเซียน เนื่องในวันที่ 15 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันไข้เลือดออกอาเซียน” หรือ “ASEAN DENGUE DAY” ตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน 10 ประเทศ เมื่อปี 2553 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน และรณรงค์เรื่องโรคไข้เลือดออกร่วมกัน สำหรับปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ASEAN United: Zero dengue death, a future we build together by 2030” กรมควบคุมโรคร่วมรณรงค์วันไข้เลือดออกอาเซียน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ สถาบันบำราศนราดูร พบกับกิจกรรมเสวนารวมพลังภาคีเครือข่าย ยกระดับการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก สู่ความสำเร็จ บูธนิทรรศการให้ความรู้ และกิจกรรมรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกอีกมากมาย ประชาชนทั่วไปสามารถรับชมออนไลน์ผ่านทางเพจกรมควบคุมโรค