ทันตแพทยสภา-สปสช. ผนึกกำลังยกระดับบริการรถโมบายทำฟัน เน้นปลอดภัย-ทั่วถึง
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทันตแพทยสภา ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงข่าวความร่วมมือยกระดับมาตรฐานการให้บริการ “รถทันตกรรมเคลื่อนที่” ภายหลัง “ประกาศทันตแพทยสภา เรื่อง มาตรฐานการให้บริการทันตกรรมในรถทันตกรรม พ.ศ.2569” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 ควบคู่กับประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง มาตรฐานรถทันตกรรม พ.ศ.2568 เพื่อให้การจัดบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ที่ดำเนินการโดยภาครัฐและเอกชน มีคุณภาพ ปลอดภัย และดูแลผู้รับบริการได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นฯ มีผู้ประกอบการคลินิกทันตกรรมและโรงพยาบาลที่จัดบริการรถทันตกรรมเคลื่อนที่เข้าร่วม
ทพญ.แพร จิตตินันทน์ เลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าวว่า รถทันตกรรมเคลื่อนที่เป็นบริการสุขภาพที่มีความสำคัญต่อการเพิ่มการเข้าถึงบริการทันตกรรมของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางไปคลินิกหรือโรงพยาบาลได้ยาก เช่น ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ต้องขังในเรือนจำ นักเรียน รวมถึงผู้ประกันตนในสถานประกอบการ
“การให้บริการในรถทันตกรรมมีข้อจำกัดเฉพาะด้าน ทั้งพื้นที่ให้บริการ ระบบควบคุมการติดเชื้อ การบันทึกข้อมูล เวชระเบียน และการดูแลต่อเนื่องหลังรับบริการ จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจนเพื่อคุ้มครองประชาชน ดังนั้นทันตแพทยสภาจึงดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์การให้บริการ พร้อมออกประกาศแพทยสภา เรื่อง มาตรฐานการให้บริการทันตกรรมในรถทันตกรรม เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการ” ทพญ.แพร กล่าว
ทพญ.แพร กล่าวต่อว่า รถทันตกรรมเคลื่อนที่ ไม่ใช่เพียงคลินิกทำฟันติดล้อ แต่เป็นบริการที่ต้องมีคุณภาพและความปลอดภัยไม่ต่างจากสถานพยาบาลทั่วไป ปัจจุบันมีการขยายบริการเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลเดือนเมษายน 2569 พบว่ามีรถทันตกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนให้บริการอยู่เกือบ 100 คัน ดังนั้นประกาศมาตรฐานฉบับนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดหลักเกณฑ์ด้านบริการให้ชัดเจน ตั้งแต่คุณสมบัติผู้ให้บริการ การทำหัตถการ การควบคุมการติดเชื้อ การบันทึกเวชระเบียนดิจิทัล ไปจนถึงระบบติดตามและส่งต่อผู้ป่วย เพื่อนำไปสู่บริการที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และต่อเนื่อง
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า บริการทันตกรรมเป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดย สปสช. สนับสนุนการจัดบริการทันตกรรมในหลายรูปแบบ รวมถึง “รถทันตกรรมเคลื่อนที่” เพื่อช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงบริการของประชาชน
โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่จำกัดการเข้าถึง เช่น ผู้ต้องขังในเรือนจำ นักเรียน กลุ่มเปราะบาง และประชาชนที่เดินทางไปรับบริการได้ลำบาก แม้ว่าระบบบัตรทองฯ จะรองรับค่าใช้จ่ายด้านทันตกรรมตามสิทธิประโยชน์อย่างครอบคลุม แต่การเข้าถึงบริการได้จริงต้องใช้รูปแบบบริการที่หลากหลายและยืดหยุ่น อย่างรถทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อนำบริการสู่ประชาชนมากขึ้น ซึ่ง สปสช.พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมบริการนี้ควบคู่กับการกำกับมาตรฐาน เพื่อให้บริการที่มีคุณภาพและไว้วางใจ
“วันนี้รถทันตกรรมเคลื่อนที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น จากข้อมูลระบบ สปสช. มีประชาชนรับบริการสะสมแล้วกว่า 33,000 คน หรือกว่า 51,000 ครั้ง สอดคล้องกับการขยายบริการเชิงรุกของหน่วยบริการ การขยายตัวของบริการจำเป็นต้องมีคุณภาพและมาตรฐานบริการที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวกขึ้นโดยไม่ลดทอนคุณภาพการรักษา” ทพ.อรรถพร กล่าว
ทั้งนี้ ประกาศทันตแพทยสภา พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2569 โดยรถทันตกรรมที่เบิกค่าใช้จ่ายจากกองทุนสุขภาพต้องได้รับการประเมินมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่ทันตแพทยสภากำหนด ผู้ให้บริการที่ยังดำเนินการไม่ครบตามมาตรฐานสามารถรายงานเหตุขัดข้องเพื่อขอขยายระยะเวลาเป็นรายกรณีได้
ขณะที่ ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เรื่อง มาตรฐานรถทันตกรรม พ.ศ.2568 กำหนดให้รถทันตกรรมที่ได้รับอนุญาตก่อนวันประกาศใช้ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานโครงสร้างภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้

