ยังไม่พบผู้ป่วย อีโบลา ในไทย สธ.ยันยกระดับเฝ้าระวังเข้ม ขอปชช.ร่วมดูแลสุขอนามัย

19.05.26 | 08:22 น.

กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์ ‘อีโบลา’ ใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ย้ำยังไม่พบในไทย

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตรายที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Orthoebolavirus สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรืออวัยวะของผู้ติดเชื้อ รวมถึงพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ตลอดจนการสัมผัสสัตว์ป่าที่มีเชื้อ เช่น ค้างคาว ลิง หรือสัตว์ป่าอื่นๆ ที่เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ โรคไม่ติดต่อผ่านทางอากาศ ผู้ป่วยมักมีอาการเริ่มต้น ได้แก่ ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการท้องเสีย อาเจียน ผื่น ไตและตับไม่ทำงาน บางรายมีเลือดออกร้ายแรง โดยโรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 2-21 วัน และถือเป็นโรคที่มีอัตราป่วยตายสูง

ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา แต่ยังคงยกระดับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการติดตามผู้เดินทางจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐยูกันดา หรือพื้นที่เสี่ยงภายใน 21 วัน อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการคัดกรองผู้ป่วยสงสัยในสถานพยาบาลทุกระดับ และการสอบสวนโรคอย่างรวดเร็วเมื่อพบความผิดปกติ

พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของระบบบริการสาธารณสุขอย่างรอบด้าน ทั้งห้องแยกผู้ป่วย อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และระบบห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจยืนยันเชื้อ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอโดยล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือผู้เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา รับประทานอาหารปรุงสุก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าหรือซากสัตว์โดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปยังประเทศพื้นที่เสี่ยงคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา หากเดินทางกลับมาแล้วภายใน 21 วัน มีอาการไข้หรืออาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

Advertisement

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่เข้มแข็ง สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422