หมอแจงคนเกิดก่อนปี2535ต้องเจาะเลือดหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี ชี้ ถ้ามีแล้วไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน
กรณี กระทรวงสาธารณสุขออกมาเตือนเรื่องการแพร่ระบาดของโรคไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี กำลังระบาดอยู่นั้น
วันที่ 21 พฤษภาคม นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุรแพทย์ ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีหมอหลายท่านได้ออกมาเขียนในเพจตัวเอง เพื่อเตือนประชาชนทั่วไป และมีการระบุว่า ผู้ที่เกิดก่อนปี 2535 ควรจะไปตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีภูมิคุ้มกันโรคนี้หรือไม่ และควรฉีดวัคซีนป้องกันนั้น ขอเรียนว่า ประเทศไทยเริ่มให้วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีในโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติอย่างทั่วถึงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ทำให้ประชาชนที่เกิดก่อนช่วงเวลาดังกล่าวจำนวนหนึ่งอาจไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน หรือไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน แต่หลังจากปี 2535 ก็จะมีโปรแกรมนี้เข้ามา และหาฉีดวัคซีนตัวนี้ได้ง่ายขึ้น ราคาถูกลง รวมทั้งมีการรณรงค์เพื่อตรวจเลือดหาเชื้อโรคชนิดนี้กัน
นพ.ฆนัท กล่าวว่า ไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคที่อาจไม่แสดงอาการเป็นเวลานาน แต่สามารถก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของตับ จนนำไปสู่ตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ในบางราย อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก เนื่องจากปัจจุบันมีทั้งวัคซีนป้องกัน การตรวจคัดกรอง และแนวทางรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่ไม่แน่ใจว่าตนเองมีภูมิคุ้มกันหรือไม่ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินว่าจะตรวจเลือดก่อนหรือรับวัคซีนได้ทันทีตามความเหมาะสม
เมื่อถามว่า สามารถไปฉีดวัคซีนเลย โดยไม่ต้องตรวจเลือดได้หรือไม่ นพ.ฆนัท กล่าวว่า ในบางคนอาจจะเคยติดเชื้อมาแล้ว และหายเองตามธรรมชาติ โดยไม่ได้ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบแบบเรื้อรัง และบุคคลนั้นก็จะมีภูมิคุ้มกันในตัวเองตามธรรมชาติ แต่บางคนยังป่วย และอาจจะป่วยและมีโอกาสป่วยเรื้อรังได้ ดังนั้น การตรวจเลือดเพื่อก็เพื่อตรวจดูว่ามีภูมิคุ้มกันในตัวหรือไม่ ถ้ามีภูมิอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน แต่คนที่ไม่มีภูมิหมอแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันเอาไว้ก่อน
เมื่อถามอีกว่า คนที่บริจาคเลือดได้ แสดงว่า ไม่ป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีใช่หรือไม่ นพ.ฆนัท กล่าวว่า การบริจากเลือดนั้น เลือดที่เอาไปใช้จะต้องปลอดเชื้อโรคทุกชนิดอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า บุคคลนั้นมีภูมิคุ้มกันต่อโรคหรือไม่

