กรมแพทย์แผนไทยฯ ผนึก กทม.-ตร.นครบาล ลุยถ.ข้าวสาร สื่อสารมาตรฐานกัญชาทางการแพทย์

22.05.26 | 18:13 น.

กรมแพทย์แผนไทยฯ ผนึก กทม.-ตร.นครบาล ลุยถ.ข้าวสาร สื่อสารมาตรฐานกัญชาทางการแพทย์

วันนี้ (22 พฤษภาคม 2569) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตำรวจนครบาล และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ถนนข้าวสาร เขตพระนคร บังคับใช้กฎหมายควบคุมกัญชาอย่างเข้มงวด แนะนำและกำกับดูแลการใช้กัญชา ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม เพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 สู่กัญชาทางการแพทย์ พร้อมขยายบทบาทฝ่ายปกครอง ทั้ง กทม.เมืองพัทยา ร่วมกำกับดูแล พร้อมนำเทคโนโลยีให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ตรวจสอบได้ผ่าน MC-GIS, หมอพร้อม และ Line @traffyfondue เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพประชาชน และป้องกันการใช้กัญชาอย่างไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ พร้อมด้วย นพ.พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กทม.นำโดย นายสยามรัฐ เรืองนาม ผู้อำนวยการเขตพระนคร พญ.ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล นำโดย พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายกัญชาบริเวณถนนข้าวสาร

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติการภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 พ.ศ.2568 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 รัฐมนตรีว่าการ สธ.ได้แต่งตั้งให้ตำรวจ รวมถึงฝ่ายปกครอง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หรือปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ของรัฐในเขตปกครองพิเศษ ได้แก่ กทม. และเมืองพัทยา เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ทำให้มีจำนวนพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 200,000 คน เพื่อควบคุมและกำกับดูแลไม่ให้เกิดการใช้กัญชาในทางที่ผิดวัตถุประสงค์หลัก คือการปกป้องสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงกัญชาได้

Advertisement

นพ.พีรชาเปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามและกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายของร้านจำหน่ายกัญชาโดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างถนนข้าวสาร ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เรามุ่งเน้นการป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ การใช้กัญชาในทางที่ผิด ควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์และการให้บริการให้ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดยที่ผ่านมา สธ.ได้มีการตรวจสอบสถานประกอบการทั่วประเทศมากกว่า 9,158 ร้าน ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 2,175 ร้าน พักใช้ใบอนุญาตไปแล้ว 2,149 ราย และเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว 418 ราย จับกุมดำเนินคดีผู้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายมากว่า 394 ราย โดยยึดอายัดของกลางมากกว่า 600 กิโลกรัม มูลค่าของกลางมากกว่า 55 ล้านบาท

“ก้าวสำคัญของกัญชาทางการแพทย์ ล่าสุด กฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม เพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อดึงกัญชากลับมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อการรักษา และสกัดกั้นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ประกอบด้วย ยกระดับร้านจำหน่ายกัญชา สู่มาตรฐานการแพทย์ ผู้ขออนุญาตต้องเป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา ร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือหมอพื้นบ้านที่ได้รับการรับรองจาก สธ. สถานที่ต้องมีระบบกำจัดกลิ่น ควัน ที่มีประสิทธิภาพอันไม่ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญให้กับบุคคลอื่น และมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมเฝ้าร้านตลอดเวลา ใบอนุญาตเดิมใช้ได้จนหมดอายุ แต่ตอนต่อใหม่ต้องเข้าเกณฑ์นี้ เพิ่มอำนาจฝ่ายปกครองบังคับใช้กฎหมายได้ทันที ขยายอำนาจให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายอำเภอ, ปลัดอำเภอ, กทม. และเมืองพัทยา เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อใช้อำนาจเข้าตรวจค้น ยึด/อายัด และดำเนินคดีผู้จำหน่ายที่ไม่มีใบอนุญาตหรือทำผิดกฎหมายได้ทันที นำเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกำกับดูแล แจ้งเบาะแสความผิด ผ่าน Line @traffyfondue เช็กพิกัดและใบอนุญาตผ่านระบบ MC-GIS ผ่านเว็บไซต์ cannabis-gis.dtam.moph.go.th หรือ Super App ‘หมอพร้อม’ เช็กได้ทั้งร้านค้าแปลงปลูก และวันหมดอายุ ปรึกษาสายด่วน ศูนย์ประสานงานกัญชาทางการแพทย์ โทร 0-2257-7042 (วันและเวลาราชการ)” นพ.พีรชากล่าว

ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์กล่าวว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลสุขภาพของประชาชนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว จึงอยากเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติการครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การบังคับใช้กฎหมายตามหน้าที่ แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากภาครัฐ ว่ามีความห่วงใยและต้องการตัดวงจรการละเมิดกฎหมายกัญชาที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของสังคมไทยในระยะยาว