สผ.จัดงานวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนแนวคิด “Acting Locally for Global Impact”
วันที่ 22 พฤษภาคม นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ และ นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ได้มอบหมายให้นางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการ สผ. กล่าวรายงานซึ่ง กองจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ (กลช.) จัดกิจกรรมเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “Acting Locally for Global Impact” มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย คณะผู้บริหาร ทส. และจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรเครือข่าย และสถาบันการศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน

นางสาวนารีรัตน์ กล่าวว่า วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี 2569” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เป็นเวทีสำคัญ ในการเผยแพร่ผลการดำเนินงานของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกี่ยรติสมเกด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง“พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” และนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรเครือข่าย พิธีมอบเกียรติบัตรแก่พื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs เวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ใน 3 เรื่องสำคัญ คือ 1) การเสวนาพิเศษแนะนำหนังสือพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี “Some of My Observations on Biodiversity in Thailand” 2) การเสวนาเครือข่ายเข้มแข็ง สร้างการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพไทย 3) ธุรกิจไทยกับภารกิจ Nature Positive: ลงมือในพื้นที่สร้างผลกระทบระดับโลก

ทั้งนี้ ข้อเสนอและมุมมองจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้รับจากการจัดงานครั้งนี้ จะช่วยสะท้อนความก้าวหน้าของประเทศไทยด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม

