เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดโครงการอบรม “เพื่อองค์ความรู้สื่อมวลชนเรื่อง : กระบวนทัศน์ใหม่ของสื่อหลังโลกาภิวัตน์ รุ่นที่ 3 : สร้างเครือข่ายความรู้สู่สาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” หรือ หลักสูตร ลกส. รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2569 โดยมีสื่อมวลชนและหน่วยงานเครือข่ายเข้าร่วม 45 คน
นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเติมองค์ความรู้ให้กับสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลักสูตรนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สกสว. ต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นแรก เพราะเห็นความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสื่อสารมวลชน โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะสื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน่วยงานในเครือข่ายวิจัย และองค์กรภาครัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในมิติระดับโลกมากขึ้น
ด้าน ศ.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า การทำงานร่วมกันระหว่าง สกสว. และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และเห็นผลสัมฤทธิ์จากหลักสูตรรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน จึงต่อยอดสู่รุ่นที่ 3 เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านการสื่อสารให้เข้มแข็งมากขึ้น ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว การสื่อสารจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่ประชาชนและชุมชนให้เข้าถึงได้จริง เราใช้งบประมาณจำนวนมากในการศึกษาวิจัยและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แต่สิ่งที่ยังต้องพัฒนาคือ ทำอย่างไรให้องค์ความรู้เหล่านี้ไปถึงประชาชนได้จริง
ศ.วิษณุ กล่าวว่า แนวคิดสำคัญที่ต้องการผลักดันคือ “Open Science” หรือการเปิดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้ประชาชนเข้าถึงได้ และ “Science Communication” หรือการสื่อสารเชิงวิทยาศาสตร์ที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่เพียงการสื่อสารแบบลอยๆ ทั้งนี้ การสื่อสารจะสัมฤทธิ์ผลไม่ได้ หากเป็นการสื่อสารทางเดียว เราอยากให้เกิดการสื่อสารสองทาง และหวังว่าองค์ความรู้จากการอบรมครั้งนี้ จะช่วยให้สื่อมวลชนและเครือข่ายในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ หลักสูตร ลกส.3 ดำเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 16 สัปดาห์ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 45 คน แบ่งเป็นบุคลากรจากองค์กรสื่อมวลชน 31 คน และภาคส่วนอื่นๆ อีก 14 คน อาทิ หน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน องค์การมหาชน องค์กรระหว่างประเทศ และสภาวิชาชีพ
สำหรับโครงสร้างหลักสูตร มีการอบรมรวม 60 ชั่วโมง ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 21 ชั่วโมง การเมืองและความมั่นคงโลก 15 ชั่วโมง วิกฤตพลังงาน ภาวะโลกร้อน และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม 12 ชั่วโมง รวมถึงประเด็นร่วมสมัยและการจัดทำรายงานกลุ่มอีก 12 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมจะต้องร่วมจัดทำผลงานข่าวกลุ่ม ตั้งแต่การระดมสมอง กำหนดประเด็น ลงมือผลิตผลงาน ตรวจสอบและปรับปรุง ก่อนนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในเดือนกันยายน 2569 โดยตลอดโครงการจะมีทั้งการบรรยาย อภิปรายเชิงลึก การศึกษาดูงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนการปฐมนิเทศและปัจฉิมนิเทศ เพื่อประเมินผลและต่อยอดองค์ความรู้สู่การทำงานจริง

