สธ.ไทยถก WHO ยกระดับระบบสุขภาพดิจิทัล ดันบทบาทไทยในเวทีโลก

23.05.26 | 16:05 น.

สธ.ไทยถก WHO ผลักวาระ PHR ระดับนานาชาติ ยกระดับระบบสุขภาพดิจิทัล ดันบทบาทไทยในเวทีโลก

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ สธ.มอบหมายให้ตนพร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักสุขภาพดิจิทัล และกองการต่างประเทศ สธ. ประชุมร่วมกับองค์การอนามัยโลก Department of Data , Digital Health , Analytics and AI หรือ DDA นำโดย Dr. Alain Labrique ผู้อำนวยการแผนกขยายความร่วมมือด้านสุขภาพดิจิทัล การใช้ข้อมูลสุขภาพ การวิเคราะห์ข้อมูล และใช้ปัญญาประดิษฐ์ในระบบสุขภาพ

ซึ่งเป็นการหารือต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับองค์การอนามัยโลก โดย Dr. Alain ได้กล่าวถึงความร่วมมือที่ผ่านมา ทั้งด้านการวิจัยและการพัฒนาบุคลากร รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันต่าง ๆ ของไทย ขณะที่ฝ่ายไทยได้นำเสนอความก้าวหน้าในการขับเคลื่อน digital transformation ในกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล การกำกับดูแลข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นพ.โสภณ กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาพดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชน และระบบบริการสุขภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเอง หรือ Personal Health Records (PHR) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของการดูแลรักษา ลดความซ้ำซ้อนของบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสุขภาพทั้งภายในประเทศ และในบริบทระหว่างประเทศ

โดยได้หารือเกี่ยวกับข้อเสนอการผลักดันวาระ PHR ในระดับนานาชาติ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งการรักษาพยาบาล การติดตามสุขภาพ และการเชื่อมโยงบริการสุขภาพข้ามระบบ ซึ่งองค์การอนามัยโลกพร้อมสนับสนุนประเทศไทย ในการประสานงานกับประเทศต่าง ๆ และสนับสนุนด้านเทคนิคในการจัดทำร่างข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า การพัฒนาสุขภาพดิจิทัล ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ มาตรฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันได้ การกำกับดูแลที่เหมาะสม และการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของประเทศไทยในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับบริการสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน

โดยที่ประชุมยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือในอนาคต อาทิ การใช้ระบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง และเตือนภัยด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโอกาสในการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศไทยกับองค์การอนามัยโลก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร และการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลในระยะยาว

“ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก Global Digital Health Partnership ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างรัฐบาลด้านสุขภาพดิจิทัล เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศ การหารือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของประเทศไทย ในการเป็นหุ้นส่วนเชิงรุกด้านสุขภาพดิจิทัลในระดับโลก และเป็นโอกาสในการนำประสบการณ์ของไทย อาทิ ระบบบริการสุขภาพดิจิทัล การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ และการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ประชาชนเข้าถึงได้ ไปแลกเปลี่ยนกับนานาชาติ” นพ.โสภณ กล่าว