สธ.-EACC ยกระดับ ‘คลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง’ ครอบคลุม รพ.ในสังกัดทุกระดับ
วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) ที่โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบหมายให้ นพ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 13 และผู้อำนวยการสำนักวิชาการสาธารณสุข เปิดประชุมวิชาการเครือข่ายคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
แบบง่าย (Easy Asthma and COPD Clinic network annual meeting) ครั้งที่ 21 ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “PROACTIVE CARE & VALUE-BASED PRECISION: รุกค้นหา รักษาแม่นยำ สู่ความคุ้มค่าที่ยั่งยืน” โดยมี รศ.นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย นพ.สุรชัย โชคครรชิตชัย ประธานคณะกรรมการ Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ บุคลากรการแพทย์ ทีมสหวิชาชีพเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย กว่า 250 คน ร่วมงาน

นพ.เกษม กล่าวว่า โรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ของประเทศ เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญของการเข้ารับบริการห้องฉุกเฉิน การนอนโรงพยาบาล และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยมีปัจจัยเสี่ยงทั้ง PM 2.5 การสูบบุหรี่ และการเข้าสู่สังคมสูงอายุ ที่ทำให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง
มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สธ.ได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาผ่านกลไกคณะกรรมการ Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ ด้วยการยกระดับคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังให้เป็น “คลินิกคุณภาพ” ดำเนินงานตามแนวทาง Value-Based Healthcare ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะโรคสงบ ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และปรับระบบบริการภายใต้แนวคิด PROACTIVE CARE เน้นค้นหา คัดกรองเชิงรุกและติดตามผู้ป่วยต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาที่แม่นยำ พร้อมขยายการดูแลสู่ระดับชุมชน โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลสุขภาพประชาชนกับฐานข้อมูล สธ.(Health Data Center: HDC) ตั้งเป้าหมายให้โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ทุกระดับ ผ่านเกณฑ์คลินิกคุณภาพมากกว่า ร้อยละ 90

รศ.นพ.วัชรา กล่าวว่า ที่ผ่านมา เครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย ได้ปรับแนวทาง
การรักษาโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็น “การเร่งค้นหาเชิงรุก” โดยมี โรงพยาบาลชุมชน และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทำการคัดกรองเบื้องต้น และตรวจสมรรถภาพปอดด้วยเครื่อง Peak Flow Meter ก่อนส่งต่อเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐานใน “คลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย” ทำให้สามารถลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลได้ถึง ร้อยละ 29 ลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้มากกว่า 100 ล้านบาท และยังช่วยลดภาระงานของแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน นอกจากนี้ ยังมีกลไก Value-Based Payment ของ สปสช. สนับสนุนงบประมาณเชิงป้องกันให้กับโรงพยาบาลเครือข่ายที่สามารถจัดบริการคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยทั่วประเทศได้รับการรักษาตามมาตรฐานเดียวกัน เข้าสู่ภาวะโรคสงบ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน


