‘จุลพันธ์’ ยังไม่เซ็นบำนาญสูตรCARE เผยคุยหลายฝ่ายแล้ว อุบตอบรายละเอียด ขอให้รอติดตาม

27.05.26 | 17:52 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่อาคารรัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์มติชนถึงประเด็นบำนาญสูตร CARE ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งตอนนี้ยังไม่เซ็นลงนาม แต่คาดว่าเร็วๆ นี้จะมีการตัดสินใจเรื่องนี้ ขอให้รอติดตาม ซึ่งขอไม่บอกรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ยืนยันว่ามีการพูดคุยกับหลายฝ่าย ในขณะที่การประชุมกรรมาธิการแรงงาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา เป็นสิทธิของท่านสมาชิกสามารถทำได้ ซึ่งชอบโดยกฎหมาย แต่คนละส่วนกับที่ตนจะตัดสินใจเซ็นประกาศ และทางกรรมาธิการไม่ได้ส่งข้อมูลอะไรมาที่ตน จึงไม่ทราบรายละเอียดและผลการประชุมในวันดังกล่าว


“ขณะนี้อยู่ที่ภาระหน้าที่ของผม มีหน้าที่ในการฟังให้รอบด้าน เจอคนที่เป็นกลุ่มการเมืองในสำนักงานประกันสังคม ได้พูดคุยกันเรียบร้อยและได้ทราบถึงแนวคิด และในกลุ่มอื่นๆ ก็ได้พูดคุยกันเรียบร้อย ขณะนี้ข้อมูลใกล้ครบถ้วนและถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตน ในการที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ววัน รอฟัง” นายจุลพันธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นดังกล่าวมีความคิดเห็นจากหลายฝ่าย โดยหนึ่งในฝ่ายที่ผลักดันบำนาญสูตร CARE และเป็นผู้เสนอให้มีการออกประกาศฉบับใหม่ อย่าง นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้แทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า ชี้ว่า เป็นแนวทางที่ดีกว่าสูตรเดิมที่คำนวณเฉพาะ 5 ปีสุดท้าย สูตรปัจจุบันที่ใช้มานานกว่า 10 ปี ทำให้ผู้รับบำนาญกว่า 570,000 คนจาก 800,000 คนได้รับเงินน้อยกว่าที่ควรจะเป็นอย่างไม่เป็นธรรม สูตรใหม่ที่เสนอจะช่วยเพิ่มเงินบำนาญให้กลุ่มนี้เฉลี่ยประมาณ 270 บาทต่อเดือน และผู้รับบำนาญในอนาคตอีกเกือบ 3 ล้านคนจะได้รับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7-8% โดยยึดหลักความเป็นธรรมเป็นสำคัญ การปรับปรุงนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบประกันสังคมมีความยั่งยืน และช่วยให้ผู้ประกันตนทุกมาตราสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี รวมถึงต้องพิจารณามาตรการจัดการกับนายจ้างที่อาจไม่ส่งเงินสมทบตามจริงด้วย

ขณะเดียวกันหนึ่งในกลุ่มผู้ที่คัดค้านสูตร CARE อย่าง นสพ.บูรณ์ อารยพล หรือหมอบูรณ์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้ประกันตนและผู้ก่อตั้งกลุ่ม “ขอคืนไม่ได้ขอทาน” นั้นมองว่า เงินบำนาญที่ได้รับลดลง กลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 39 คำนวณแล้วพบว่าอาจได้เงินบำนาญน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เช่น เหลือเพียงประมาณ 1,000 กว่าบาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับหลักเกณฑ์เดิมคำนวณจากทุกเดือนตลอดอายุงาน การนำเงินเดือนเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานมาหารเฉลี่ยทำให้ผู้ประกันตนที่ช่วงท้ายของชีวิตการทำงานเงินเดือนสูงเสียเปรียบและได้บำนาญน้อยกว่าสูตรเดิมต้องการใช้สิทธิคำนวณแบบเดิม ผู้คัดค้านต้องการให้ใช้การคำนวณบำนาญจากฐานเงินเดือนสูงสุด 60 เดือนสุดท้าย หรือยึดตามคำพิพากษาศาลฎีกาการเคลื่อนไหว มีการรวมตัวยื่นหนังสือและรายชื่อคัดค้านต่อคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เนื่องจากมองว่าสูตรนี้ไม่เป็นธรรมและดึงเงินบำนาญในอนาคตของผู้ประกันตนไป

Advertisement