เพชรบูรณ์วิกฤต! หมอรัชริน เผย อินเทิร์นลาออก 11 คน สะท้อนปัญหาวิกฤตแพทย์ใช้ทุนจ่อลามทั้งระบบ

2.06.26 | 19:35 น.
แพทย์ใช้ทุน

เพชรบูรณ์วิกฤต! หมอรัชริน เผย อินเทิร์นลาออก 11 คน สะท้อนปัญหาวิกฤตแพทย์ใช้ทุนจ่อลามทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก และผู้แทนองค์กรแพทย์ชมรมโรงพยาบาลศูนย์ /โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ./รพท.) ภาคเหนือ โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Ratcharin Aew” ระบุว่า

เราช่วย รพ.สีแดงได้ แต่กำลังสร้าง รพ.สีแดงแห่งใหม่อยู่หรือไม่?!?

วิกฤตแพทย์ใช้ทุนที่กำลังลามไปทั้งระบบ

การเปิดโควตาพิเศษให้แพทย์ใช้ทุนเลือกไปโรงพยาบาลขาดแคลนขั้นวิกฤต 78 แห่ง ใน 39 จังหวัด เป็นความพยายามของกระทรวงสาธารณสุขในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าโรงพยาบาลบางแห่งอยู่ในภาวะวิกฤตจริง ขาดแพทย์จนกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ผลลัพธ์เบื้องต้นก็ดูเหมือนจะดี มีแพทย์จำนวนมากสมัครใจเลือกไปพื้นที่ที่ขาดแคลน แสดงให้เห็นว่าน้องแพทย์รุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยพร้อมจะเสียสละ หากมองเห็นอนาคตที่ชัดเจนและได้รับแรงจูงใจที่เหมาะสม

แต่ในขณะที่เรากำลังพยายามอุดรูรั่วที่ใหญ่ที่สุด กลับเริ่มมีคำถามสำคัญเกิดขึ้นว่า … เรากำลังสร้างรูรั่วใหม่ในส่วนอื่นของระบบหรือไม่?!?

Advertisement

เพราะความเป็นจริงของโรงพยาบาลรัฐ ไม่ได้แบ่งง่าย ๆ ว่า “สีแดง” กับ “ไม่สีแดง” มีโรงพยาบาลจำนวนมากอาจไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มวิกฤตที่สุด แต่ก็อยู่ในสภาพ “ขาดแบบพอประคองไปได้” มานานหลายปี แพทย์ประจำทำงานกันเต็มกำลัง ขึ้นเวรกันเกือบทุกวัน คนไข้ล้น และอาศัยความเสียสละของบุคลากรประคับประคองระบบไว้ทุกวัน เมื่อมีการดึงโควตาแพทย์ใช้ทุนไปเติมในพื้นที่เป้าหมายมากขึ้น โรงพยาบาลกลุ่มนี้จึงเริ่มได้รับผลกระทบทันที

และวันนี้ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก็ได้เกิดวิกฤตแพทย์ด้านกำลังคนแล้ว มีแพทย์ใช้ทุนลาออกพร้อมกันถึง 11 คน โดยเป็นแพทย์ Intern ปีที่ 1 ถึง 6 คน จากทั้งหมด 26 คน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของกำลังคนทั้งหมดในรุ่น ที่วันนี้จะต้องออกไปอยู่ตามโรงพยาบาลอำเภอ!! สำหรับโรงพยาบาลที่ต้องเปิดบริการ 24 ชั่วโมงทุกวัน มีผู้ป่วยเข้ามาตลอดเวลา การหายไปของแพทย์เพียงไม่กี่คน อาจหมายถึงตารางเวรที่พังพินาศทันที แพทย์ประจำและแพทย์ intern ที่เหลือต้องขึ้นเวรถี่ขึ้น ซึ่งหมายถึงเวลาพักที่น้อยลง เสี่ยงต่อความเหนื่อยล้า ความผิดพลาด และความปลอดภัยของผู้ป่วย และที่สำคัญคือไม่มี “กำลังสำรอง” ให้เรียกใช้ เพราะโรงพยาบาลอำเภอข้างเคียงก็ขาดคนพอๆ กัน และสถานการณ์ยิ่งน่ากังวลในโรงพยาบาลที่กำลังถูกยกระดับศักยภาพในจังหวัด เช่น โรงพยาบาลหล่มสัก ซึ่งได้รับการยกระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไป มีการเพิ่มบทบาท เพิ่มบริการ เพิ่มความคาดหวังจากประชาชน แต่จำนวนแพทย์กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการแก้ปัญหาแพทย์ขาดแคลน ไม่ควรดูเพียงจำนวนแพทย์ที่ส่งไปถึงพื้นที่เป้าหมายเท่านั้น แต่ต้องติดตาม “ผลกระทบลูกโซ่” ที่เกิดขึ้นกับพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพราะในระบบสุขภาพ ไม่มีโรงพยาบาลใดตั้งอยู่โดดเดี่ยวในประเทศ เมื่อเติมคนให้ที่หนึ่ง อีกที่หนึ่งอาจกำลังขาดคน และสุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือประชาชน ที่ยังเดินเข้าห้องฉุกเฉินทุกวัน ยังป่วยทุกวัน ยังต้องการหมอมาดูแลทุกวัน

การจัดสรรแพทย์รอบนี้เป็นก้าวสำคัญที่ควรได้รับกำลังใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่ต้องติดตามผลและแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดที่สุดด้วย เพราะความสำเร็จของนโยบาย ไม่ได้วัดจากจำนวนคนที่ย้ายไปพื้นที่วิกฤตเท่านั้น แต่วัดจากการที่โรงพยาบาลทั้งระบบยังสามารถยืนอยู่ได้พร้อมกัน โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และไม่ควรมีพื้นที่ใดต้องกลายเป็น “พื้นที่วิกฤตรายต่อไป” เพียงเพราะเราแก้วิกฤตของอีกพื้นที่หนึ่งได้สำเร็จ