‘จุลพันธ์’ แจงประเด็นสหรัฐฯ จ่อเก็บภาษีสินค้าไทย 12.5% ชี้ ไทยเร่งเคลียร์ปมแรงงานภาคบังคับ หวังพลิกผลเจรจา-ยังมีโอกาสชี้แจง
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศไทยในอัตรา 12.5% โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแรงงานภาคบังคับ ว่า สำหรับกระบวนการเจรจาตามมาตรา 301 นี้ มีกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ และมีการบูรณาการทำงานร่วมกันกับอีกหลายหน่วยงาน โดยในส่วนของกระทรวงแรงงานเองก็ได้มีการส่งท่านรองปลัดกระทรวงแรงงานเข้าไปร่วมเป็นทำงานอย่างใกล้ชิด
“ทั้งนี้ ทีมงานได้มีความเข้าใจในเรื่องของข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือ Convention ที่ประเทศไทยมีอยู่ รวมถึงมีความเข้าใจในข้อเรียกร้องของทางสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานก็ได้รับคำชมจากคณะทำงานว่า ในการเดินทางไปร่วมชี้แจงที่สหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนที่แล้ว ฝ่ายไทยสามารถชี้แจงได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นสิ่งที่กระทรวงแรงงานพยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานก็ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งในองคาพยพทั้งหมดเท่านั้น และผู้ที่จะสามารถชี้แจงในเรื่องนี้ได้ชัดเจนที่สุดก็คือตัวท่านศุภจีเอง” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ ได้อธิบายถึงรายละเอียดในเบื้องต้นว่า ปัญหาดังกล่าวมีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่องหลักๆ ประเด็นแรก คือเรื่องของสินค้าผ่านแดน หรือสินค้า Transshipment ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่มีการระบุแหล่งกำเนิดที่แน่ชัด และนำเข้ามาผ่านประเทศไทยแล้วส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง
ส่วนเรื่องที่สอง ทางสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวหาว่าประเทศไทยเป็นผู้ใช้แรงงานภาคบังคับโดยตรง แต่เป็นเรื่องของการที่ฝ่ายไทยรับซื้อหรือนำเข้าสินค้ามาจากประเทศที่มีการใช้แรงงานภาคบังคับ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถูกเรียกว่าเป็น ‘Prelim’ หรือข้อสรุปในเบื้องต้นเท่านั้น และยังไม่ได้สิ้นสุดกระบวนการทั้งหมด
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีหน้าที่ในการเข้าไปปกป้องสิทธิและแก้ต่างในเรื่องนี้ต่อไป โดยทางรัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมที่จะส่งทีมงานเดินทางไปชี้แจงและแก้ต่างในประเด็นที่ทางสหรัฐฯ ยังคงมีความกังวลอยู่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเดินหน้าในเรื่องการออกกฎหมายมาเพื่อกำกับ ควบคุม และดูแล ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและทำให้ทางสหรัฐฯ สบายใจได้มากขึ้น หากไทยสามารถตอบโจทย์ในจุดนี้ได้ ก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับการปรับแก้ว่าจะไปอยู่ในกลุ่มใดต่อไป
“กระบวนการเจรจากับสหรัฐฯ ในเรื่องภาษีมาตรา 301 นี้ยังไม่จบสิ้น และยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งทางรัฐบาลไทยจะพยายามทำงานอย่างเต็มที่ที่สุด และกระทรวงแรงงานก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเรื่องนี้” นายจุลพันธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อว่า ในแง่ของประเด็นแรงงาน ฝ่ายไทยจะต้องเน้นแก้ต่างในจุดไหนบ้าง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เนื่องจากผู้ดำเนินการโดยตรงอย่างท่านรองปลัดกระทรวงแรงงานไม่ได้เดินทางมาด้วยในวันนี้ จึงอาจจะนำมารายละเอียดมาเล่าให้ฟังอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม หลายประเด็นหลังจากที่ไทยได้เดินทางไปแก้ต่างในรอบที่แล้ว ก็ได้ถูกคัดออกจากเอกสารไปแล้วเนื่องจากฝ่ายไทยตอบข้อห่วงใยได้ครบถ้วน
“จะนำมาสรุปให้ฟังอีกครั้งเท่าที่จะสามารถสรุปได้ เนื่องจากบางเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาความระหว่างประเทศ ซึ่งอาจจะยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ทั้งหมด แต่ยอมรับว่ายังคงมีบางข้อที่เป็นข้อเท็จจริงอยู่ เช่น เรื่องของการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีการใช้แรงงานภาคบังคับจริง ซึ่งในจุดนี้ฝ่ายไทยจะเร่งหาทางออกผ่านกลไกทางกฎหมายและมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความสบายใจให้กับประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป” นายจุลพันธ์ กล่าว

