Healthcare 2026 ยกทัพแพทย์-นวัตกรรมสุขภาพครั้งใหญ่แห่งปี ตรวจฟรี ครบทุกมิติสุขภาพ สร้างคุณภาพชีวิตดี ‘อยู่ดี แฮปปี้นาน’

4.06.26 | 16:15 น.
Healthcare 2026

Healthcare 2026 ยกทัพแพทย์-นวัตกรรมสุขภาพครั้งใหญ่แห่งปี ตรวจฟรี ครบทุกมิติสุขภาพ สร้างคุณภาพชีวิตดี ‘อยู่ดี แฮปปี้นาน’

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับต้นของประเทศ ภายใต้แนวคิดการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ผ่านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งร่างกาย จิตใจ อาหาร การนอนหลับ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ มุ่งตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity) มากกว่าการรักษาเมื่อเจ็บป่วย

นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา งาน Thailand Healthcare ที่จัดขึ้นโดยเครือมติชน มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะบริการตรวจสุขภาพฟรี ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของงาน และได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ สำหรับการจัดงานในปีนี้ ซึ่งนับเป็นปีที่ 18 ของ Thailand Healthcare ได้กำหนดแนวคิด “Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” ซึ่งเป็นแนวคิดด้านสุขภาพที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของการดูแลสุขภาพที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาโรคหรือการป้องกันโรคเท่านั้น แต่ขยายไปสู่การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาวะที่แข็งแรงและลดความเสี่ยงการเกิดโรคในอนาคต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด Longevity และเป็นแกนหลักของการจัดงานในปีนี้

นายปราปต์ กล่าวว่า ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง Longevity มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่อาจถูกมองว่าเป็นกิจกรรมหรือแนวทางการดูแลสุขภาพสำหรับคนบางกลุ่ม หรือผู้ที่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมสูง แต่ปัจจุบันทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคสาธารณสุข เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น และมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประเทศ

“หน้าที่ของเครือมติชนในฐานะผู้จัดงาน Thailand Healthcare คือการทำให้เรื่อง Longevity กลายเป็นประเด็นสุขภาพที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ เข้าใจได้ และสามารถนำไปปรับใช้ในการดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืน” นายปราปต์ กล่าว

Advertisement

นายปราปต์ กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้เข้าร่วมงานหลักของ Thailand Healthcare ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่ผู้สูงอายุยังมีความกระตือรือร้นในการใช้ชีวิตและใส่ใจสุขภาพของตนเอง อย่างไรก็ตาม แนวคิด Longevity จะช่วยให้ประชาชนตระหนักว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่เพียงการรักษาโรคเมื่อเจ็บป่วย แต่เป็นการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพและสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่ก่อนเกิดโรค ขณะเดียวกัน ผู้จัดงานยังคาดหวังว่าจะสามารถขยายฐานผู้เข้าร่วมงานไปสู่คนรุ่นใหม่และวัยทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจยังไม่มีปัญหาสุขภาพ แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลร่างกาย การสร้างพื้นฐานสุขภาพที่แข็งแรง และการวางแผนคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

นายปราปต์ กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงพันธมิตรใหม่ๆ ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนการจัดงาน อาทิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และหน่วยงานด้านสุขภาพชั้นนำอีกหลายแห่ง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประชาชนไทยมีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในระยะยาว

ขณะที่ นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นภาคีสำคัญในการจัดงาน Thailand Healthcare 2026 ภายใต้แนวคิด “Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” โดยกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมงานมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ผ่านการจัด “เมืองสาธารณสุข” ที่รวบรวมบริการทางการแพทย์และองค์ความรู้ด้านสุขภาพมานำเสนอแก่ประชาชน สำหรับปีนี้ มีหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมจัดกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นกรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสุขภาพจิต กรมอนามัย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน การให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง และการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล

นพ.เอกชัย กล่าวว่า ภายในงานประชาชนจะได้เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองและประเมินสุขภาพหลากหลายรูปแบบ อาทิ การทดสอบคุณภาพการนอน (Sleep Test) โดยสถาบันโรคทรวงอก การตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน การตรวจมวลกระดูก และการตรวจสายตา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพดีและคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว

“จากประสบการณ์ที่เคยศึกษาและทำวิจัยเกี่ยวกับสังคมอายุยืนในประเทศญี่ปุ่น พบว่าปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้มีเพียงเรื่องการรักษาโรค แต่รวมถึงคุณภาพการนอน สุขภาพช่องปาก ความแข็งแรงของกระดูก และการมองเห็นที่ดี ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีสุขภาวะที่ดีในระยะยาว” นพ.เอกชัย กล่าว

นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นพ.เอกชัย กล่าวต่อว่า นโยบายสำคัญของกระทรวงในปัจจุบันคือ “สุขภาพดีทุกช่วงวัย” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Longevity ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุ แต่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การดูแลสุขภาพตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงวัยสูงอายุ โดยภายในงานยังมีการให้ความรู้ด้านโภชนาการ การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพในทุกช่วงวัย

“การดูแลสุขภาพต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะปัจจุบันผู้ป่วยจำนวนมากเข้าสู่ระบบโรงพยาบาลเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพแล้ว หากเราสามารถส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้ตั้งแต่ระดับชุมชน จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ลดภาระของระบบสาธารณสุข และลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของประเทศในระยะยาว” นพ.เอกชัย กล่าว

นพ.เอกชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายด้านการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Medical Services) และเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ อาทิ Advanced Therapy Medicinal Products (ATMPs) การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ตลอดจนนวัตกรรมด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงยังส่งเสริมอุตสาหกรรมเวลล์เนส (Wellness) การนวดไทย การแพทย์แผนไทย และบริการสุขภาพรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทย

นพ.เอกชัย กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพคือบุคลากรด่านหน้าในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นักบริบาลผู้สูงอายุ และผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะในสังคมสูงวัยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

“เป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนปีของอายุขัยเท่านั้น แต่ต้องการเพิ่มคุณภาพและคุณค่าของชีวิตในทุกปีที่ประชาชนมีชีวิตอยู่ ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข แข็งแรง และพึ่งพาตนเองได้มากที่สุด” นพ.เอกชัย กล่าว

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หลายคนอาจรู้จัก สปสช. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชน แต่ในความเป็นจริงแล้วหัวใจสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่ได้อยู่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น หากยังให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

“เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีอายุยืน แต่ต้องมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วย นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด Longevity ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการทำงานของ สปสช. ที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองก่อนเกิดโรค” ทพ.อรรถพร กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ภายในงาน Thailand Healthcare 2026 สปสช. ได้นำสิทธิประโยชน์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งเป็นสิทธิของคนไทยทุกคน มานำเสนอให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าถึงมากขึ้น โดยเฉพาะบริการตรวจคัดกรองโรคที่ปัจจุบันมีความสะดวกและทันสมัยกว่าในอดีต เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีที่ประชาชนสามารถเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเอง ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการตรวจและลดอุปสรรคในการเข้ารับบริการ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งท่อน้ำดี โดยอาศัยผลงานวิจัยของนักวิชาการไทยที่สามารถตรวจจากปัสสาวะได้ ทำให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรองได้ง่ายกว่าวิธีเดิมที่ต้องเก็บตัวอย่างอุจจาระ ส่งผลให้มีผู้เข้ารับการตรวจเพิ่มขึ้นและสามารถค้นหากลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“การลงทุนด้านการป้องกันโรคถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะหากประชาชนมีสุขภาพดี ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของประเทศในระยะยาว งบประมาณที่เคยต้องใช้กับการรักษาโรคหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ราคาแพง ก็สามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในด้านอื่นได้มากขึ้น” ทพ.อรรถพร กล่าว

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวอีกว่า ภายในงานยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพที่พัฒนาโดยคนไทย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทย ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับช่วยวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองวัณโรค มะเร็งปอด และโรคสำคัญอื่นๆ รวมถึงนวัตกรรมด้านการวิเคราะห์การลงน้ำหนักเท้าและการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อนำไปสู่การออกแบบอุปกรณ์ช่วยเสริมสมรรถนะร่างกายเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพและผลงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยของไทยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมสุขภาพของประเทศไทย และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม

“อยากเชิญชวนประชาชนมาร่วมงาน Thailand Healthcare 2026 เพราะนอกจากจะได้รับบริการตรวจสุขภาพและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังได้เห็นนวัตกรรมด้านสุขภาพใหม่ๆ ที่จะช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง” ทพ.อรรถพร กล่าว

นายศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
นายศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ต่อมา นายศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มีบทบาทในการเป็นกลไกสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะนโยบายด้านสาธารณสุขที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว สำหรับงาน Thailand Healthcare 2026 สวทช. ได้นำนวัตกรรมด้าน Medical AI หรือปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์มาจัดแสดง โดยเป็นผลงานวิจัยที่พัฒนาร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุขและได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เพื่อช่วยคัดกรองโรคทางทันตกรรมเบื้องต้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น

นายศราวุธ กล่าวว่า ภายในงานจะมีการจำลองการให้บริการในรูปแบบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยประชาชนสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน พร้อมทดลองใช้นวัตกรรม AI ที่ช่วยคัดกรองโรคฟันผุผ่านภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ โดยใช้อุปกรณ์เสริมช่วยถ่ายภาพภายในช่องปากก่อนนำเข้าสู่ระบบวิเคราะห์ ซึ่งสามารถประเมินความเสี่ยงและคัดกรองเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีดังกล่าวเปรียบเสมือนผู้ช่วยของทันตแพทย์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองโรคและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนรับรู้ความเสี่ยงของตนเองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยและรักษาโดยบุคลากรทางการแพทย์ โดยปัจจุบันพบว่าคนไทยมากกว่าร้อยละ 50 มีปัญหาโรคฟันผุ แต่หลายคนไม่ทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

“แนวคิด Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน สอดคล้องกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพราะการรู้ความเสี่ยงและตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ภายในงาน สวทช. ยังนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนา Medical AI ตั้งแต่การวิจัย การทดสอบประสิทธิภาพ การรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงการขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้ประชาชน นักวิจัย และผู้ประกอบการได้เห็นภาพการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ของไทยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในระบบสาธารณสุข ผู้ที่มาร่วมงานจะไม่ได้เห็นเพียงนวัตกรรมด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังจะได้เรียนรู้กระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ของคนไทย ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงและช่วยยกระดับคุณภาพระบบสาธารณสุขของประเทศในอนาคต” นายศราวุธ กล่าว

พญ.พัทธ์ศรัณย์ ธนะสุพรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว

พญ.พัทธ์ศรัณย์ ธนะสุพรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว กล่าวว่า โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้วรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเครือมติชนมาอย่างต่อเนื่องในการสร้างสังคมสุขภาพดีให้กับคนไทย โดยเชื่อว่าการส่งเสริมสุขภาพที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สำหรับการจัดงาน Thailand Healthcare 2026 ภายใต้แนวคิด “Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้วได้นำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดเป็น “ตาดี แฮปปี้นาน” ภายใต้แนวคิด “เช็กตาแต่เนิ่นๆ เพิ่มตาดีไปอีกนาน” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการตรวจสุขภาพตาและการค้นหาโรคทางจักษุตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

พญ.พัทธ์ศรัณย์ กล่าวว่า ภายในงานจะมีทีมจักษุแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญให้บริการตรวจสุขภาพตา พร้อมนำเครื่องมือทางจักษุวิทยาที่ทันสมัยมาตรวจคัดกรองโรคตาให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโรคต้อกระจก โรคต้อหิน โรคจอประสาทตาเสื่อม รวมถึงภาวะแทรกซ้อนทางตาจากโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุ ไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการนำเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตาแบบ Ultra-Widefield มาร่วมให้บริการภายในงาน โดยสามารถบันทึกภาพจอประสาทตาได้กว้างถึง 133 องศา ครอบคลุมพื้นที่การตรวจได้มากกว่ากล้องถ่ายภาพจอประสาทตาทั่วไปที่สามารถบันทึกภาพได้เพียงประมาณ 45 องศา ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติบริเวณจอประสาทตาได้อย่างละเอียดและครอบคลุมมากขึ้น

“การตรวจคัดกรองด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยให้สามารถค้นพบรอยโรคหรือความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพตาตามแนวคิด Longevity เพราะยิ่งตรวจพบเร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสรักษาและชะลอการสูญเสียการมองเห็นได้มากขึ้น” พญ.พัทธ์ศรัณย์ กล่าว

พญ.พัทธ์ศรัณย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมและบริการที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นสายตา ซึ่งทางโรงพยาบาลได้จัดโปรแกรมตรวจประเมินสายตาและสิทธิพิเศษสำหรับการทำเลสิกภายในงาน ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุจะได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการผ่าตัดต้อกระจกฟรีสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจำนวน 50 รายแรก ทั้งนี้ การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพไม่ได้หมายถึงเพียงการมีสุขภาพกายที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีสุขภาพตาที่ดี เพราะการมองเห็นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน และความสุขในการใช้ชีวิต

“การดูแลสุขภาพตาไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้ว แต่ต้องเริ่มจากการตรวจคัดกรองและป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ดวงตาสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน และเป็นส่วนสำคัญของการมีชีวิตที่แข็งแรงและมีความสุขตามแนวคิด Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” พญ.พัทธ์ศรัณย์ กล่าว

พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กล่าวว่า มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเครือมติชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพและการดูแลตนเอง โดยเฉพาะในยุคที่สังคมมีความเปราะบางและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สำหรับการร่วมงาน Thailand Healthcare 2026 ภายใต้แนวคิด “Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” อภัยภูเบศรได้นำแนวคิด “อาหารคือยา” และการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพในระดับครัวเรือนมานำเสนอ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง โดยเน้นการใช้พืชผักและสมุนไพรพื้นบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขภาพที่ดีและยั่งยืน

พญ.วลีรัตน์ กล่าวว่า ภายในงานจะมีการจัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชผักและสมุนไพรพื้นบ้านในพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะการปลูกแบบแนวตั้งที่เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตอาหารและสมุนไพรไว้ใช้ภายในครัวเรือนได้แม้มีพื้นที่ไม่มาก นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเมนูอาหารสุขภาพจากสมุนไพรไทย โดยยกตัวอย่าง “แกงส้ม” ซึ่งเป็นอาหารไทยที่อุดมด้วยผักพื้นบ้านและเครื่องเทศสมุนไพรหลากหลายชนิดที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งในด้านการเสริมภูมิคุ้มกัน การดูแลระบบย่อยอาหาร และการส่งเสริมสุขภาวะโดยรวม ภายในงานยังมีการจัดแสดงและแจกต้นพันธุ์สมุนไพรพื้นบ้านจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ ผักแพวป่า พญายอ หูเสือ และนีมมังกร ซึ่งล้วนเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ง่ายในพื้นที่จำกัด และสามารถนำมาใช้เป็นทั้งอาหารและสมุนไพรในชีวิตประจำวัน

“ผักแพวป่าเป็นผักพื้นบ้านที่รับประทานสดได้ มีสรรพคุณช่วยคลายร้อนในร่างกาย ขณะที่พญายอเป็นสมุนไพรที่คนไทยคุ้นเคยและมีการนำมาใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพมาอย่างยาวนาน ส่วนหูเสือเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม สามารถนำมาประกอบอาหารหรือทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรได้ และนีมมังกรเป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดที่นิยมนำมาปรุงอาหารและใช้ในตำรับพื้นบ้าน” พญ.วลีรัตน์ กล่าว

พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

พญ.วลีรัตน์ กล่าวว่า นอกจากการแจกต้นพันธุ์สมุนไพรแล้ว อภัยภูเบศรยังเตรียมมอบหนังสือองค์ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทยให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้คุณประโยชน์ วิธีการใช้ และการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ แนวคิด Longevity ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือจำกัดอยู่เฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่เท่านั้น แต่สามารถเริ่มต้นได้จากการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรู้จักใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง และการสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในครัวเรือน

“สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการแจกต้นไม้หรือสมุนไพร แต่คือการส่งต่อองค์ความรู้ที่ผ่านการศึกษาและพิสูจน์ทางวิชาการ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพตามแนวคิด Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” พญ.วลีรัตน์ กล่าว

รศ.นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยรักษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมงาน Thailand Healthcare 2026 เป็นครั้งแรก โดยในปีนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่โรงพยาบาลกำลังก้าวสู่ปีที่ 40 ของการก่อตั้ง และได้พัฒนาศักยภาพจนสามารถให้บริการทางการแพทย์ระดับสูงได้อย่างครบวงจร

“แม้จะถูกมองว่าเป็นโรงเรียนแพทย์นอกกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเป็นศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ที่รองรับประชาชนจากพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งประชาชนจำนวนมากต้องเดินทางผ่านจังหวัดปทุมธานี จึงอยากเชิญชวนให้แวะมาใช้บริการและดูแลสุขภาพร่วมกัน” รศ.นพ.ฉัตรชัย กล่าว

รศ.นพ.ฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงานครั้งแรก โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติได้นำบริการตรวจสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์มาร่วมให้บริการประชาชนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการตรวจสมรรถภาพปอด ซึ่งสอดคล้องกับปัญหาสุขภาพของคนเมืองในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่น PM2.5 และโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีบริการตรวจประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือด การตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายและภาวะอ้วน การประเมินไขมันในร่างกาย ตลอดจนบริการด้านทันตกรรม ทั้งการตรวจสุขภาพช่องปาก การเอกซเรย์ฟัน และการให้คำปรึกษาจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายเกี่ยวกับการปลูกถ่ายหัวใจ และนวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ลดภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวหรือใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

รศ.นพ.ฉัตรชัย กล่าวว่า โรงพยาบาลยังได้นำศาสตร์การแพทย์แผนจีนมาร่วมให้บริการภายในงาน เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ควบคู่ไปกับการแพทย์สมัยใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ Longevity ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลได้จัดทีมอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ประชาชน โดยมีหัวข้อเด่นเกี่ยวกับนวัตกรรมการผ่าตัดหัวใจด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บจากการผ่าตัด ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น

รศ.นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยรักษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

“ปัจจุบันโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้บริการผ่าตัดหัวใจด้วยหุ่นยนต์อย่างครบวงจร ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญของวงการแพทย์ไทย และช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในระยะเวลาอันสั้น หัวใจสำคัญของแนวคิด Longevity ไม่ได้หมายถึงการมีอายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข ซึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประชาชนบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้” รศ.นพ.ฉัตรชัย กล่าว

พบกับงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-19.00 น. ณ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ที่จะพาทุกคนเปิดประสบการณ์ดูแลสุขภาพในมิติใหม่ ผ่านบริการตรวจสุขภาพฟรีจากโรงพยาบาลชั้นนำ เวทีเสวนาจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้าน Longevity กิจกรรม Health Talk เวิร์กช็อปสร้างสุขภาพดีแบบลงมือทำจริง โซนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุขภาพ ตลอดจนผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสุขภาพจากแบรนด์ชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกวัยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และแนวทางการดูแลสุขภาพที่นำไปปรับใช้ได้จริง สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่ยืนยาว แข็งแรง และมีความสุขในทุกช่วงวัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดการเข้าร่วมงาน