กรมวิทย์ห่วง ‘สเตรปโตคอกคัส ซูอิส’ ป่วยสะสมทั่วปท. 1,340 ราย อุบลฯ พบเชื้อ 83.3% 

5.06.26 | 13:23 น.

กรมวิทย์ห่วง ‘สเตรปโตคอกคัส ซูอิส’ ป่วยสะสมทั่วปท. 1,340 ราย อุบลฯ พบเชื้อ 83.3%

วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ กรมวิทยาศาสตร์ฯและเครือข่าย พบว่า สถานการณ์การติดเชื้อเชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ในประเทศไทย ช่วงปี 2565–2567 มีรายงานผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศ จำนวน 1,340 ราย โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง

“Streptococcus suis เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก พบได้ในทางเดินหายใจส่วนบน ต่อมทอนซิล ทางเดินอาหารของสุกรหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ คนสามารถได้รับเชื้อจากการสัมผัสสัตว์ที่เป็นโรคหรือมีเชื้อก่อโรค ผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อ บุตา หรือจากการบริโภคเนื้อ เครื่องใน หรือเลือด ที่ไม่ปรุงสุกพบได้ในสุกร หรือจากการปนเปื้อนเชื้อ โดยอาจก่อให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สูญเสียการได้ยินถาวร และอาจเสียชีวิตได้ จากข้อมูลการเฝ้าระวัง พบว่าความชุก ของการติดเชื้อ Streptococcus suis ในปี 2565 อยู่ที่ร้อยละ 0.088 ลดลงเหลือร้อยละ 0.048 ในปี 2566 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 0.2 ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการติดเชื้อที่ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ” นพ.สราวุฒิ กล่าว

Advertisement

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชายประมาณ ร้อยละ 68 และพบมากในกลุ่มอายุ 55–74 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 55–64 ปี ขณะที่ตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่มาจากเลือด ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของการติดเชื้อหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด นอกจากนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน สำหรับพื้นที่ที่พบผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 288 ราย เขตสุขภาพที่ 3 จำนวน 249 ราย เขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 171 ราย เขตสุขภาพที่ 2 จำนวน 136 ราย และเขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 114 ราย โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากโรงพยาบาลที่นำส่งข้อมูล คิดเป็นประมาณร้อยละ 70–75 ของประเทศ

นพ.สราวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อ Streptococcus suis ใน จ.อุบลราชธานี พบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องทุกปี สะท้อนถึงลักษณะการเป็นโรคประจำถิ่น ล่าสุด ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี กรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้สุ่มตรวจวิเคราะห์เนื้อหมูดิบจากตลาดสดในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จำนวน 42 ตัวอย่าง ด้วยเทคนิค real-time PCR ที่มีความแม่นยำสูง พบการปนเปื้อนเชื้อ Streptococcus suis สูงถึง 35 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 83.3

“ทั้งนี้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ Streptococcus suis ร้อยละ 37.1 เป็นสายพันธุ์หลัก serotype 2 ที่ก่อโรครุนแรงในมนุษย์ สำหรับการกระจายตัวของเชื้อจากการสุ่มตรวจตลาดสด 22 แห่ง พบการปนเปื้อนกระจายอยู่เป็นวงกว้าง โดยตรวจพบเชื้อสายพันธุ์ serotype 2 ในพื้นที่สำคัญ อาทิ ตลาดสดเทศบาล อ.พิบูลมังสาหาร, ศรีเมืองใหม่, ตระการพืชผล, เหล่าเสือโก้ก, ตลาดสดหนองบัวและเทศบาล 5 ในเขต อ.เมือง, ตลาดสดใน อ.สำโรง, น้ำขุ่น, น้ำยืน และทุ่งศรีอุดม นอกจากนี้ยังพบเชื้อในตลาดสดพื้นที่อ.สิรินธร, อ.โขงเจียม, อ.ดอนมดแดง, อ.ม่วงสามสิบ, อ.วารินชำราบ, อ.เขื่องใน, อ.นาจะหลวย, อ.เดชอุดม, อ.เขมราฐ, อ.โพธิ์ไทร, อ.นาตาล, อ.นาเยีย และ อ.บุณฑริก ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ที่มีการสุ่มตรวจ กรมวิทยาศาตร์ฯ ได้ดำเนินการส่งข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และ ปศุสัตว์จังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในการแจ้งเตือนภัยและควบคุมความเสี่ยงในพื้นที่” นพ.สราวุฒิ กล่าวและว่า สำหรับประชาชนเพื่อความปลอดภัย ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหมูดิบ หรือเลือดหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ และต้องแยกอุปกรณ์ดิบกับสุกจากกัน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง