เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรมการแพทย์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์เฉพาะทางที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะโรคหัวใจซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของประชาชนไทย การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ขั้นสูงมาใช้ในการรักษา ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขของประเทศ ตอบสนองนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการให้มีมาตรฐานทัดเทียมนานาชาติ ยกระดับบริการทางการแพทย์ของประเทศ และสร้างโอกาสให้ประชาชนไทยเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐานระดับสากลอย่างเท่าเทียม
นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี จึงได้สนับสนุนให้ทีมศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ณ โรงพยาบาล Apollo Hospitals เมืองบังคาลอร์ ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจแผลเล็กและการผ่าตัดหัวใจด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบบริการของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้ด้านการผ่าตัดหัวใจแผลเล็กขั้นสูง (Advanced Minimally Invasive Cardiac Surgery: MICS) และการผ่าตัดหัวใจด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Cardiac Surgery) โดยทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีได้รับโอกาสในการเข้าสังเกตการณ์การผ่าตัดจริง รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Prof. Sathyaki Nambala หัวหน้าภาควิชาศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกของ Apollo Hospitals ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติด้านการผ่าตัดหัวใจแผลเล็กและการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังได้ศึกษาเทคนิคการควบคุมแขนกลหุ่นยนต์ การกำหนดตำแหน่งและมุมกล้องผ่าตัด การจัดการเนื้อเยื่อในพื้นที่ผ่าตัดขนาดเล็ก ตลอดจนกระบวนการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการผ่าตัดหัวใจยุคใหม่ที่เน้นความแม่นยำ ความปลอดภัย และผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย
นพ.จินดา กล่าวว่า ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ จะถูกนำมาต่อยอดการพัฒนาศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกของโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการผ่าตัดหัวใจแผลเล็กที่มีความซับซ้อน อาทิ การซ่อมลิ้นหัวใจและการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ระบบการทำงาน และเทคโนโลยี เพื่อรองรับการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
“เป้าหมายสำคัญคือการนำมาตรฐานการรักษาและระบบความปลอดภัยระดับสากลมาพัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจของประเทศไทย ให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เจ็บน้อยลง ฟื้นตัวเร็วขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ” นพ.จินดา กล่าว




