สบยช.ชู ‘บ้านเขาชะโอย-40 ตารางวา’ ต้นแบบ CBTx พลังชุมชนสู้ยาเสพติด คืนคนสู่สังคม

10.06.26 | 16:20 น.

สบยช.ชู ‘บ้านเขาชะโอย-40 ตารางวา’ ต้นแบบ CBTx พลังชุมชนสู้ยาเสพติด คืนคนสู่สังคม

วันนี้ (10 มิถุนายน 2569) นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เปิดเผยว่า

การบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน หรือ Community Based Treatment (CBTx) เป็นแนวทางที่พัฒนาจากมาตรฐานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) โดย สบยช. นำมาปรับใช้เพื่อให้ชุมชนเป็นกลไกหลักในการดูแลผู้มีปัญหายาเสพติด ตั้งแต่ค้นหา นำเข้าสู่การบำบัด ดูแลฟื้นฟู และส่งเสริมให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายทำหน้าที่สนับสนุน ทั้งการรักษา สวัสดิการสังคม ที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพ โดยหัวใจสำคัญของแนวทางนี้ คือการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนร่วมกันคิด ออกแบบ และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

Advertisement

“คนที่รู้ปัญหาของชุมชนดีที่สุด คือ คนในชุมชนเอง ความเข้มแข็งของชุมชนและผู้นำชุมชนจึงเป็นปัจจัยสำคัญ จากข้อมูลที่รวบรวมพบว่าหลายพื้นที่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหายาเสพติดและสร้างความปลอดภัยในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งแนวทางนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาสังคมด้านอื่น ๆ ได้ด้วย” นพ.สรายุทธ์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยังสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินงานในลักษณะดังกล่าว โดยชุมชนที่มีความพร้อมสามารถจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนได้ ซึ่ง สบยช. ได้จัดทำคู่มือและแนวทางมาตรฐานเบื้องต้น เพื่อให้ สปสช. เขตต่างๆ ใช้เป็นกรอบในการสื่อสาร สนับสนุน และติดตามการดำเนินงานของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายธีร์ สัจจะวงษ์รัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านเขาชะโอย ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า บ้านเขาชะโอยเคยเป็นพื้นที่สีแดงด้านยาเสพติดของสำนักงาน ป.ป.ส. ต่อเนื่องยาวนานกว่า 17 ปี มีทั้งผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน จึงชวนคนในชุมชนร่วมกันออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ภายใต้หลักการสำคัญคือ ไม่ทำให้ผู้ที่ต้องการเลิกยาเสียรายได้ ไม่ต้องออกจากครอบครัวหรือชุมชน และต้องเป็นการเข้าร่วมโดยสมัครใจ ช่วยให้ผู้ใช้ยาตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการ 27 ราย โดย 22 ราย สามารถเลิกยาได้และไม่กลับไปเสพซ้ำ อีก 4 ราย อยู่ในกระบวนการลดอันตรายจากการใช้ยา (Harm Reduction) และอีก 1 ราย เป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง ส่งผลให้นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา หมู่บ้านไม่เคยเกิดเหตุอาชญากรรม ข้าวของสูญหาย หรือเหตุความไม่สงบอีกเลย ชุมชนมีความปลอดภัยมากขึ้นอย่างชัดเจน

“เป้าหมายของเราไม่ใช่การประกาศว่าเป็นชุมชนปลอดยาเสพติด แต่เป็นชุมชนที่ปลอดภัยจากยาเสพติด” นายธีร์ กล่าวและว่า การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องเกิดจากการที่ชุมชนร่วมกันคิด ออกแบบ และดูแลกันเอง เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน ไม่สามารถนำรูปแบบของพื้นที่หนึ่งไปใช้ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ บ้านเขาชะโอยได้พัฒนา CBTx ผ่าน 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ คัดกรองและประเมินผู้ใช้ยา เปิดทางเลือกให้เลือกรูปแบบการบำบัดที่เหมาะสม ติดตามดูแลอย่างไม่ตีตรา ส่งเสริมอาชีพและบทบาททางสังคมให้ผู้ที่เลิกยา และป้องกันการกลับไปเสพซ้ำผ่านการจัดการสภาพแวดล้อมในครอบครัวและชุมชน รวมถึงการตัดวงจรแหล่งมั่วสุมและเครือข่ายค้ายาในพื้นที่

ขณะที่ นายบุญชัย ไพศาล ประธานศูนย์ CBTx ชุมชน 40 ตารางวาริมคลองเจริญราษฎร์ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ชุมชน 40 ตารางวาฯ เป็นชุมชนเมืองที่มีประชากรแฝงจำนวนมาก และเคยเผชิญปัญหายาเสพติดรุนแรงในช่วงปี 2545-2547 แม้ภาครัฐจะปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้เสพและผู้ค้ารายใหม่เข้ามาแทนที่อยู่เสมอ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ตนและเครือข่ายภาคประชาชนรวมตัวกันจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชน (ศตส.) อ.บางเสาธง เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ การทำงานเริ่มจากการค้นหาและประสานผู้ใช้สารเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามการวินิจฉัยของแพทย์ แต่หัวใจสำคัญคือการดูแลต่อเนื่องหลังกลับสู่ชุมชน ทั้งการติดตามการรักษา การสนับสนุนอาชีพ และการป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยบทเรียนสำคัญที่พบคือ การส่งคนเข้าบำบัดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับโอกาสจากครอบครัวและชุมชน ก็มีโอกาสกลับไปใช้ยาได้อีก ดังนั้นการสร้างอาชีพ สร้างคุณค่า และการยอมรับจากคนรอบข้างจึงเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟู

นายบุญชัย กล่าวว่า ตลอดเกือบ 20 ปี ของการดำเนินงาน สามารถช่วยเหลือผู้ใช้สารเสพติดให้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวและชุมชนได้จำนวนหลายร้อยคน จากเดิมที่แทบทุกซอยมีทั้งผู้ค้าและผู้เสพ ปัจจุบันปัญหายาเสพติดในพื้นที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากความเข้มแข็งของภาคประชาชนที่ทำงานร่วมกับภาคสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเชื่อว่าการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อชุมชนลุกขึ้นมาร่วมกันดูแลและให้โอกาสผู้ที่ผ่านการบำบัดกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอีกครั้ง