ก๋วยเตี๋ยวพิษอุดรฯ ป่วย 15 ราย สสจ.เก็บตัวอย่างส่งตรวจสารปริศนา คาดรู้ผล 3-5 วัน
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ดร.นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) อุดรธานี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีประชาชนรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี ก่อนมีอาการผิดปกติจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายรายว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง โดยได้ส่งตัวอย่างวัตถุพยานและสิ่งที่เกี่ยวข้องไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุดรธานี ซึ่งอยู่ภายใต้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่าจะทราบผลภายใน 3-5 วัน
ดร.นพ.สมชายโชติกล่าวว่า จากการสอบสวนโรคเบื้องต้น พบสารต้องสงสัยอยู่ในภาชนะที่ใช้บรรจุเครื่องปรุง ซึ่งเป็นกระปุกที่เดิมใช้ใส่เกลือสำหรับปรุงน้ำซุป อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสารชนิดใด เนื่องจากต้องรอผลตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการก่อน นอกจากนี้ ยังมีการส่งตรวจตัวอย่างอาหาร เครื่องปรุง วัตถุดิบ และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของการเจ็บป่วย โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งกรณีการปนเปื้อนของสารเคมีและการปนเปื้อนจากเชื้อโรค
“ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสารอะไร อาจเป็นสารเคมีที่ใช้ในครัวเรือนหรือเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร แต่ต้องรอผลตรวจอย่างเป็นทางการก่อน เพราะหากคาดการณ์ไปล่วงหน้าอาจทำให้เกิดความสับสนได้” ดร.นพ.สมชายโชติกล่าว
ดร.นพ.สมชายโชติกล่าวอีกว่า สำหรับอาการของผู้ป่วย พบว่าบางรายมีภาวะพร่องออกซิเจนรุนแรง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อระบบหายใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาการหนัก 2 รายที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ สามารถถอดท่อช่วยหายใจออกได้แล้ว และมีแนวโน้มฟื้นตัวดี ทั้งนี้ ผู้ป่วยทั้งหมดมี 15 ราย ในจำนวนนี้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 12 ราย และอีก 3 รายมีอาการเล็กน้อยจึงเฝ้าระวังอาการที่บ้าน โดยจากผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล มี 2 รายกลับบ้านแล้ว เหลือผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษา 10 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยอาการทั่วไป 8 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก 2 ราย ซึ่งขณะนี้พ้นภาวะวิกฤตแล้ว
ดร.นพ.สมชายโชติกล่าวว่า ในส่วนของการรักษา แพทย์ได้ดำเนินการตามแนวทางทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยกรณีที่มีการใช้ยาเมทิลีนบลู (Methylene Blue) นั้น เป็นการรักษาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ในผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับการนำออกซิเจนในกระแสเลือด ซึ่งเป็นดุลพินิจของแพทย์ผู้ดูแล ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบทั้งสาเหตุจากสารเคมีและการติดเชื้อ โดยมีการส่งตรวจทางพิษวิทยาและเพาะเชื้อควบคู่กันไป เนื่องจากอาการอาหารเป็นพิษสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และจำเป็นต้องรอผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ
ดร.นพ.สมชายโชติกล่าวด้วยว่า ส่วนมาตรการด้านสาธารณสุข เทศบาลในพื้นที่ได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข สั่งปิดร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าวเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนโรคและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หากผลการสอบสวนยังไม่ชัดเจน อาจมีการพิจารณาขยายระยะเวลาปิดร้านเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ ในส่วนของคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว โดยจะนำผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและข้อมูลจากการสอบสวนโรคไปประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

