‘จุลพันธ์’ ถก ผอ.ใหญ่ ILO ชูเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม-หนุนความยุติธรรมทางสังคม

11.06.26 | 11:34 น.

‘จุลพันธ์’ ถก ผอ.ใหญ่ ILO ชูเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม-หนุนความยุติธรรมทางสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เวลา 17.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นสมาพันธรัฐสวิส นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หารือทวิภาคีกับ นายกิลเบิร์ท เอฟ โฮงโบ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในห้วงการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน น.ส.สดุดี กิตติสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ น.ส.อุศณา พีรานนท์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจําสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา นางสาวชญานันทน์ ฉัตรมาศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) คณะผู้แทนถาวรฯ ณ นครเจนีวา ร่วมหารือด้วย ณ อาคารสหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

นายจุลพันธ์ ได้แสดงความชื่นชมบทบาทของ ILO ในการสนับสนุนประเทศไทยผ่านแผนงานระดับชาติว่าด้วยงานที่มีคุณค่า (Decent Work Country Programme: DWCP) ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและทักษะฝีมือของแรงงานไทยอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้นำเสนอนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลไทย อาทิ การพัฒนาแรงงานเพื่อเข้าสู่ระบบการคุ้มครองทางสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์มที่กำลังเติบโต รวมถึงการขอรับการสนับสนุนจาก ILO ในการปรับปรุงกรอบกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงานกลุ่มนี้ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ยังได้นำเสนอนโยบายของรัฐบาลไทยในการเตรียมความพร้อมเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) โดยขอให้สำนักงานแรงงานระหว่างประเทศช่วยสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวผ่านการหารือกับสหภาพยุโรปและ OECD

Advertisement

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้กล่าวเชิญ นายกิลเบิร์ท เอฟ โฮงโบ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ASEAN Labour Ministers’ Meeting: ALMM) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในเดือนสิงหาคมนี้ ณ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งหารือถึงความสำคัญของการเข้าร่วม “เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม” (Global Coalition for Social Justice) ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อเข้าเป็นสมาชิก เพื่อขับเคลื่อนวาระความยุติธรรมทางสังคมให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

วันเดียวกัน นายจุลพันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ และนายสุรชาติ ได้เข้าร่วมกิจกรรมอาหารกลางวันและการหารืออย่างเป็นทางการ (Working lunch) ณ อาคารสหประชาชาติ (UNOG – Palais) ณ ร้านอาหาร Restaurant des Délégués ชั้น 8 UNOG (United Nations Office at Geneva) Palais des Nations นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

สำหรับการหารือในช่วงอาหารกลางวันครั้งนี้ มีประเทศเบลเยียมเป็นเจ้าภาพ ภายใต้หัวข้อ “Opportunities of AI in the world of work to accelerate social progress” (โอกาสของปัญญาประดิษฐ์ในโลกแห่งการทำงานเพื่อเร่งรัดความก้าวหน้าทางสังคม) โดยมีผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจากประเทศแคนาดา ผู้แทนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สมาพันธ์สหภาพแรงงานสากล (ITUC) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

นายจุลพันธ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และท่าทีของประเทศไทยต่อการเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงนโยบายและวิสัยทัศน์ระดับชาติของรัฐบาลไทยภายใต้หลักการ “AI สำหรับทุกคน” (AI for All) รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการ “จัดหาทุนเพื่อการศึกษาและสร้างงานรองรับทันทีหลังสำเร็จการศึกษา” เพื่อมุ่งเน้นการลงทุนในทักษะด้าน AI และพัฒนาศักยภาพของแรงงานไทยให้พร้อมก้าวสู่การเป็นบุคลากรวิชาชีพระดับโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังได้แสดงความพร้อมของไทยในการผลักดันมาตรการเพิ่มพูนทักษะใหม่ (Upskilling) และการปรับทักษะ (Reskilling) เพื่อป้องกันปัญหาความไม่สอดคล้องของทักษะกับความต้องการของตลาด (Skill mismatch) ซึ่งอาจนำไปสู่การเลิกจ้าง ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาฐานข้อมูลและระบบการคุ้มครองทางสังคมที่ตอบสนองต่อกลุ่มแรงงานอิสระและแรงงานบนแพลตฟอร์ม (Gig and platform workers) ให้มีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“เป้าหมายสูงสุดของกระทรวงแรงงานในอีก 4 ปี ข้างหน้า คือการเอาชนะความท้าทายทางเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง มีการเติบโตที่ยั่งยืน เกิดการจ้างงานที่มีคุณภาพ แรงงานมีรายได้ที่มั่นคง มีงานที่มีคุณค่า และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม” นายจุลพันธ์ กล่าว

ในโอกาสนี้ นายจุลพันธ์ ได้ใช้เวทีดังกล่าวกล่าวแสดงความขอบคุณต่อผู้แทนจากนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศทุกตน สำหรับการสนับสนุนและให้ความร่วมมือแก่ประเทศไทยอย่างดียิ่งในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการยกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจและสังคมสู่ระดับสากล

ทั้งนี้ การเข้าร่วมหารือ Working lunch ดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของคณะผู้แทนรัฐบาลไทยในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี (Best practices) ร่วมกับองค์กรชั้นนำระดับโลก เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกำลังแรงงานไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมดุลและมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางต่อไป