‘จุลพันธ์’ รับปัญหา ‘แรงงานเด็ก’ ในไทยยังไม่หมด ชี้สาเหตุจากโครงสร้างเศรษฐกิจฉุดแก้ไม่ขาด

12.06.26 | 17:51 น.

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่โรงเรียนโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์เนื่องใน “วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก” โดยมีผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์การระหว่างประเทศ สมาคมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมงาน ภายในงานมีพิธีมอบทุนสนับสนุนวงโยธวาทิตและทุนการศึกษาแก่นักเรียน รวมถึงการจัดแสดงสัญลักษณ์ยุติการใช้แรงงานเด็ก เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ทุกภาคส่วน

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ปัญหาการใช้แรงงานเด็กเป็นประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความเปราะบางของเด็กในครอบครัวแรงงานข้ามชาติ และเด็กไทยบางส่วนที่ต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนวัยอันควรด้วยปัจจัยทางสังคมและครอบครัว กระทรวงแรงงานจึงให้ความสำคัญกับการป้องกัน คุ้มครอง และสร้างโอกาสในการทำงานที่เหมาะสมกับวัย ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิเด็กตามกฎหมาย

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกอย่างเป็นระบบ ทั้งการส่งเสริมการมีงานทำช่วงปิดภาคเรียนผ่านความร่วมมือกับสถานประกอบการชั้นนำกว่า 56 แห่ง รองรับกว่า 10,000 อัตรา, การพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่เยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อเพื่อยกระดับจากแรงงานไร้ฝีมือสู่แรงงานมีฝีมือ, การบูรณาการกับสถานศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างเด็กอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะการห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำงาน และอนุญาตให้เด็กอายุระหว่าง 15-17 ปี ทำงานได้แต่ต้องมีการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

“การส่งเสริมมาตรฐานแรงงานสากล และการสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบกิจการในการประกาศตนเป็นสถานประกอบกิจการปลอดแรงงานเด็กและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เพื่อให้เด็กทุกคนได้เติบโตอย่างปลอดภัย มีโอกาส และเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต” นายจุลพันธ์กล่าว

ด้าน ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนพันธกรณีของประเทศไทยในฐานะสมาชิกองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับที่ 138 และ 182 โดยมุ่งยกระดับการคุ้มครองสิทธิเด็ก ควบคู่กับการส่งเสริม การมีส่วนร่วมของสังคมผ่านการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ภายใต้แนวคิด “Red Card to Child Labour: Fair play for children, decent work for adults” หรือ “รวมพลัง Red Card ใบแดงยุติแรงงานเด็ก : เด็กเติบโตสมวัย คนวัยทำงานมีงานที่มีคุณค่า” เพื่อผลักดันให้สังคมตระหนักรู้และร่วมกันยุติการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบอย่างแท้จริง

Advertisement

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์แรงงานเด็กในไทยตอนนี้เป็นอย่างไร มีแนวโน้มลดลง กระทรวงแรงงานมีมาตรการอย่างไรบ้าง นายจุลพันธ์กล่าวว่า พึ่งเดินทางกลับมาจากทางเจนีวา ซึ่งไปร่วมประชุม ILO เรื่องนี้ยังเป็นสิ่งที่หลายๆ ประเทศให้ความสนใจ ถึงแม้ว่าเรื่อง การรณรงค์การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย มีอนุสัญญาออกมาและเราก็เข้าสู่อนุสัญญาแล้ว

“ภาพรวมของโลก สถานการณ์ดีขึ้น แต่ยังไม่อยู่ในจุดที่น่าพึงพอใจ ไปมาคราวนี้ ยังเห็นถึงการรณรงค์เรื่องของ Red card to child labour ยังเป็นสิ่งที่ทางที่ประชุมยังมีการหยิบยกและการรณรงค์อยู่ในพื้นที่การประชุม” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ส่วนของไทยเอง ถึงแม้ว่าตัวเลขจะลดลง แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่หมดไป ซึ่งโครงสร้างทางเศรษฐกิจมันอาจจะมีความแตกต่าง ในมิติเรื่องของการที่ครอบครัวทำการเกษตร ลูกหลานไปช่วยในเรื่องของการหว่านปุ๋ย เกี่ยวข้าว ครอบครัวไม่มีฐานะ อาจจะเป็นคนขายพวงมาลัย ลูกหลานไปช่วยขาย สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะตีความอย่างไรกระบวนการในการแก้ไขไม่ใช่แค่เพียงกระทรวงแรงงานเท่านั้น ยังต้องใช้ความร่วมมือกับหลายๆ หน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่จะเข้าไปดูแลในเรื่องของสวัสดิการ ความมั่นคงชีวิต เรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ ปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจ รายได้ของครอบครัว จึงจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตรงจุดนี้ ทางกระทรวงแรงงานเองพร้อมที่จะทำงานประสานกับทุกๆ หน่วยงาน รวมถึงภาคีเครือข่ายในการที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีกลุ่มอุตสาหกรรมหรือกลุ่มเสี่ยงที่เด็กจะเข้าไปทำงานอย่างไรบ้าง ที่เราต้องเฝ้าระวังแล้วก็ติดตามเป็นพิเศษ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ถ้าเป็นลักษณะของอุตสาหกรรม ค่อนข้างติดตามอย่างใกล้ชิด และมีหน่วยงานที่คอยกำกับดูแลในหลายๆ ส่วน ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน ที่ติดตามเรื่องนี้ เราดำเนินการอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าสุดท้ายจะสามารถดำเนินการแก้ไขได้ ไม่ได้น่าห่วงเกินไป

“ที่น่าห่วงกว่า คือ รูปแบบ ซึ่งใช้การตีความที่ครึ่งๆ กลางๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่มีความแตกต่างกับนานาอารยประเทศไป ในบางจุด ตรงนี้ต่างหากที่เป็นจุดที่เราต้องให้ความสำคัญ” นายจุลพันธ์กล่าว