กรมควบคุมโรค เผยกักตัวผู้เดินทางเข้าไทย 16 ราย ยังไม่เจอเข้าข่าย ‘อีโบลา’

13.06.26 | 09:38 น.

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศยังคงติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างใกล้ชิด หลังพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และสาธารณรัฐยูกันดา ซึ่งเป็นโรคติดต่อรุนแรงที่มีอัตราป่วยตายสูง โดยภายหลังจากการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติในการดำเนินการกักกัน (Quarantine) กรณีไม่มีอาการ และแยกกัก (Isolation) กรณีมีอาการ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน

นพ.มณเฑียร กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการคัดกรองและติดตามผู้เดินทางที่เข้าสู่ระบบกักกันโรค จำนวนทั้งสิ้น 16 ราย ในจำนวนนี้ครบกำหนดการติดตามอาการ 21 วันแล้ว 1 ราย เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว 2 ราย และอยู่ระหว่างการติดตามอาการ 13 ราย เป็นข้อมูลตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม – 12 มิถุนายน ซึ่งจนถึงปัจจุบันไม่พบผู้มีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคหรือผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย

ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับมาตรการของกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศหรือพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีการตรวจสอบประวัติการเดินทาง ประเมินความเสี่ยง จัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามอาการ ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ และประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อติดตามผู้เดินทางอย่างต่อเนื่องตลอด 21 วัน พร้อมทั้งเตรียมระบบส่งต่อและสอบสวนโรคทันทีหากพบผู้มีอาการผิดปกติ

นพ.ดิเรก กล่าวว่า ขณะเดียวกัน สถาบันบำราศนราดูรในฐานะหน่วยงานเชี่ยวชาญด้านโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่ออุบัติใหม่ ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งห้องแยกโรคมาตรฐานความปลอดภัยสูง บุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล ห้องปฏิบัติการ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ตลอดจนระบบส่งต่อและดูแลรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพหากพบผู้ป่วยสงสัย

“กรมควบคุมโรคย้ำว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ทั้งรายสงสัยและรายยืนยัน อีกทั้งประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง สอบสวนโรค ห้องปฏิบัติการ และทีมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขรองรับสถานการณ์ จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ ไม่ตื่นตระหนก และมั่นใจว่าความเสี่ยงของคนไทยโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ”

Advertisement

นพ.ดิเรก กล่าวว่า ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด หากไม่มีความจำเป็น หากจำเป็นต้องเดินทางควรปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือสิ่งของที่อาจปนเปื้อนเชื้อ และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เมื่อเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงตามประกาศเขตติดโรคหากไม่มีอาการ ท่านต้องได้รับการกักกัน ในสถานกักกันที่กำหนด แต่หากท่านมีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องเสีย หรือมีเลือดออกผิดปกติ ท่านต้องถูกแยกกัก ในสถานพยาบาลที่กำหนด สำหรับประชาชนทั่วไปหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422