เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า “สมุดสีชมพู” ถือเป็นคู่มือสุขภาพที่อยู่คู่ครอบครัวไทยมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ช่วยสนับสนุนหญิงตั้งครรภ์ ด้วยการฝากครรภ์คุณภาพ เฝ้าระวังสุขภาพแม่และเด็ก ส่งผลให้ประเทศไทยลดอัตราการเสียชีวิตของแม่และเด็กได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปรับปรุงคุณภาพและเนื้อหา จากความต้องการของผู้ใช้งาน ทั้งหญิงตั้งครรภ์ ผู้ปกครอง และบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด 5 ด้าน ดังนี้ 1.รูปแบบข้อมูลการฝากครรภ์ พัฒนาให้มีความชัดเจนและบันทึกข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น 2.เครื่องมือประเมินสุขภาพ นำกราฟติดตามน้ำหนักตามค่าดัชนีมวลกายก่อนตั้งครรภ์ (BMI) มาช่วยประเมินภาวะโภชนาการและเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ พร้อมปรับเนื้อหาการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ การคลอด และหลังคลอดให้ทันสมัยตามหลักวิชาการ
3.เชื่อมโยงความรู้สู่ระบบดิจิทัล เพิ่มสื่อสุขภาพที่ทันสมัย ที่สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ครอบคลุมเรื่องโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การดูแลสุขภาพช่องปาก การใช้สื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสม และการเลี้ยงดูเด็กตามช่วงวัย 4.บูรณาการแนวคิด Nurturing Care Framework เพิ่มเนื้อหาการดูแลเด็กอย่างเอาใจใส่รอบด้าน ทั้งการเจริญเติบโต การเรียนรู้ สุขภาวะทางอารมณ์ และความสัมพันธ์ในครอบครัว และ 5.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว ปรับปรุงข้อมูลการติดตามการเจริญเติบโต การรับวัคซีนตามวัย และการดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ฟันซี่แรก รวมถึงเพิ่มสัญลักษณ์เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการสังเกต บันทึก และติดตามพัฒนาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
ด้าน พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้ดำเนินการปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติม จากข้อเสนอแนะของผู้ใช้งานและหน่วยบริการทั่วประเทศ เพิ่มความชัดเจน ปรับรูปแบบการนำเสนอให้เข้าใจง่าย ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และพัฒนาการเชื่อมโยงสื่อดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนใช้สมุดสีชมพูดูแลสุขภาพได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ ยังเพิ่มในส่วนของโครงการโรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน (Smart Hybrid Parenting School) ซึ่งทางกรมอนามัยร่วมกับองค์การยูนิเซฟประเทศไทยพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นการบูรนาการองค์ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์และผู้ดูแลเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้านสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพต่างๆ อาทิ บริการฝากครรภ์คุณภาพ การตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน การรับวัคซีน การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และบริการส่งเสริมสุขภาพอื่นๆ ตามระบบสาธารณสุขไทย
ด้าน พญ.ทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวว่า กรมอนามัยจึงขอเชิญชวนหญิงตั้งครรภ์ทุกคน เข้ารับบริการฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก และ โปรดพกสมุดสีชมพูติดตัวมาด้วยทุกครั้งที่เข้ารับบริการทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขสามารถดูแลสุขภาพของแม่และลูกน้อยได้อย่างต่อเนื่อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ เป้าหมายสำคัญ คือ “ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย เด็กไทยเติบโตสมวัย มีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิต” และหากคลินิกหรือโรงพยาบาลใด สนใจสามารถประสานเพื่อขอรับสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเพื่อใช้ในการบันทึกการฝากครรภ์และสุขภาพเด็ก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย สำหรับต่างจังหวัดสามารถขอรับได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง



