ผลเลือดเปลี่ยนทั้งตำบล! ‘นาท่อมโมเดล’ ลดสารเคมีตกค้าง 97% เหลือ 67%

18.06.26 | 17:12 น.

ผลเลือดเปลี่ยนทั้งตำบล! ‘นาท่อมโมเดล’ ลดสารเคมีตกค้าง 97% เหลือ 67%

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านหูยาน ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงาน “นาท่อมโมเดล : ชุมชนจัดการตนเองสู่ตำบลสุขภาวะ” ต้นแบบการพัฒนาชุมชนที่ใช้ปัญหาสุขภาพเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนต่อยอดสู่ระบบอาหารปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชุมชน จนกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบด้านการจัดการตนเองของประเทศ

นายอนุชา เฉลาชัย กำนันตำบลนาท่อม กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของนาท่อมโมเดลเกิดขึ้นเมื่อปี 2553 หลังผลตรวจเลือดของชาวบ้านในหมู่ 8 บ้านหูยาน พบสารเคมีตกค้างจากการใช้สารกำจัดวัชพืชและสารกำจัดแมลงในภาคเกษตรสูงถึง 97% สะท้อนปัญหาการพึ่งพาสารเคมีและการบริโภคอาหารจากภายนอกพื้นที่ ทำให้คนในชุมชนเริ่มหันกลับมาทบทวนวิถีการผลิตและการบริโภคของตนเอง ชุมชนจึงกำหนดเป้าหมายให้ทุกครัวเรือนปลูกผักอย่างน้อย 20 ชนิด เพื่อสร้างอาหารปลอดภัยสำหรับบริโภคในครัวเรือน ลดรายจ่าย และลดการพึ่งพาผักจากภายนอก เมื่อผลผลิตเริ่มเหลือจากการบริโภค ก็เกิดการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และพัฒนาสู่การจำหน่ายสร้างรายได้ ก่อนต่อยอดเป็นกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องแกงสมุนไพรบ้านหูยานที่รวบรวมวัตถุดิบปลอดสารจากสมาชิกมาสร้างมูลค่าเพิ่ม

“ตอนแรกเราคิดแค่ว่าทำอย่างไรให้คนในชุมชนได้กินอาหารปลอดภัย แต่เมื่อทุกบ้านปลูกผักและมีผลผลิตเหลือ ก็เกิดการรวมกลุ่ม สร้างรายได้ และขยายผลไปสู่การพัฒนาชุมชนในมิติอื่นๆ” นายอนุชากล่าว

นายอนุชาระบุว่า ปัจจุบันผลลัพธ์ด้านสุขภาพเริ่มเห็นชัดเจน โดยข้อมูลปี 2569 พบว่าสัดส่วนผู้มีสารเคมีตกค้างในเลือดของตำบลนาท่อมลดลงจาก 97% เหลือ 78% ขณะที่หมู่ 8 บ้านหูยาน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบ ลดลงเหลือ 67% ถือเป็นหมู่บ้านที่ลดการปนเปื้อนสารเคมีได้มากที่สุดของตำบล นอกจากนี้สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะโรคเบาหวานมีแนวโน้มลดลงจากการที่ประชาชนหันมาบริโภคผักและอาหารปลอดภัยมากขึ้น แม้ปัญหาไขมันในเลือดยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง

ด้าน นายมานะ ช่วยชู ผู้จัดการศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่ายพื้นที่ ภาคใต้ กล่าวว่า สสส.เข้ามาหนุนเสริมการทำงานของตำบลนาท่อมตั้งแต่ปี 2560 โดยใช้แนวคิด “ชุมชนจัดการตนเอง” ผ่านกลไก 4+1 ได้แก่ ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และองค์กรศาสนา ร่วมกันใช้ข้อมูลชุมชนวิเคราะห์ปัญหา วางแผน และออกแบบนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่

Advertisement

“นาท่อมเริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพเรื่องสารเคมีในเลือด แต่สามารถต่อยอดจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน จนกลายเป็นต้นแบบที่หลายพื้นที่ทั่วประเทศเข้ามาเรียนรู้” นายมานะกล่าว

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ สสส.ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้สำคัญของนาท่อมโมเดล เริ่มจาก “กลุ่มเครื่องแกงสมุนไพรบ้านหูยาน” ต้นแบบการต่อยอดผักปลอดสารสู่การแปรรูปสร้างรายได้ ต่อด้วย “บ้านป้าอ้อน” นางกุลรัชต์ แก้วกวน บ้านต้นแบบการจัดการขยะและเกษตรอินทรีย์ตามแนวโคก หนอง นา และแปลงเกษตรอินทรีย์มาตรฐาน GAP รวมถึง “บ้านป้าหนุน” นางจริยา ฮั่นพิพัฒน์ แหล่งเรียนรู้เกษตรปลอดภัยที่พัฒนาจากการปลูกผักไว้กินในครัวเรือนสู่การรวมกลุ่มรวบรวมผลผลิตและจำหน่ายผักปลอดสารของชุมชน

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมตลาดเกษตรนาท่อม แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลอดสารของชาวบ้าน “วิสาหกิจชุมชนผึ้งจะรักษ์นาท่อม” ที่ใช้การเลี้ยงผึ้งเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและการลดใช้สารเคมีทางการเกษตร ต่อยอดสู่การผลิตน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์แปรรูปสร้างรายได้ รวมถึง “วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองปริง” ที่รวมกลุ่มสตรีและแม่บ้านแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน เชื่อมโยงการผลิต การตลาด และการกระจายรายได้สู่ครัวเรือนสมาชิก

ทั้งนี้ นาท่อมโมเดลได้รับการพัฒนาจากพื้นที่เรียนรู้ระดับตำบล สู่การเป็นศูนย์จัดการเครือข่ายและศูนย์เชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อนตำบลสุขภาวะ โดยมีเครือข่ายจากหลายจังหวัดทั่วประเทศเข้ามาศึกษาดูงานและนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง