ชีวะภาพ นำทัพลงพื้นที่สิงห์บุรี ปักหมุด ‘เมืองคาร์บอนต่ำ’ บุกโรงน้ำตาลเช็กมาตรการเข้ม

18.06.26 | 19:58 น.

พลิกโฉมเมืองสิงห์! ชีวะภาพ นำทัพปักหมุด ‘เมืองคาร์บอนต่ำ’ บุกโรงน้ำตาลเช็กมาตรการเข้ม จี้เลิกเผา-กู้วิกฤติอากาศ

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมด้วยนายจำลอง อนันตสุข เลขานุการคณะฯ นายโชคชัย กิตติธเนศวร รองประธานคณะกรรมาธิการ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ รองประธานคณะกรรมาธิการ นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา โฆษกคณะกรรมาธิการ นายสมหมาย ศรีจันทร์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พ.ต.ท. สง่า ส่งมหาชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

นายฐิติพันธ์ จูจันทร์โชติ อนุกรรมาธิการด้านการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มลพิษและสิ่งแวดล้อม นายธีรวิทย์ โชติ อนุกรรมาธิการด้านการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มลพิษและสิ่งแวดล้อม นายชนศวรรตน์ ธนศุภรณ์พงษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ น.ส.รุ่งรัฎฎิกาล โพธิ์ไกร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นายเขมชาติ สิงห์ทอง ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านทรัพยากรทางบก นายสุนทร ปทุมมาศ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านทรัพยากรทางบก นางชญาณี ศรีจันทร์ ผู้ช่วยสว. นำคณะลงพื้นที่บริษัท น้ำตาลสิงห์บุรี จำกัด ต.ไม้ตัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานการผลิตพลังงานชีวมวลจากชานอ้อยและแนวทางการแก้ไข
ปัญหาฝุ่น PM2.5 จากกระบวนการผลิต ภายใต้การรณรงค์ให้เกษตรกรตัดอ้อยสด

 

 

Advertisement

โดยมีนายไวพจน์ พ่วงสมจิตร ผอ.ด้านโรงงานน้ำตาลสิงห์บุรี นายเกียรติศักดิ์ ทัพเจริญ ผู้จัดการฝ่ายอ้อย นายกิตติศักดิ์ แสนฉลาด ผู้จัดการฝ่ายผลิตไฟฟ้าและวิศวกรรม นายจิรากร วรเดชานันทกุล ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม บริษัท น้ำตาลสิงห์บุรี จำกัด ให้การต้อนรับ

นายจิรากร วรเดชานันทกุล ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โรงงานน้ำตาลสิงห์บุรีแห่งนี้ เป็นโรงงานเรียกว่าอยู่ในกลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย ซึ่งมีทั้งหมด 8 โรงงาน ผลิตน้ำตาลทรายขาว น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ น้ำเชื่อมแต่งกลิ่น

นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตไฟฟ้า 100 ล้านหน่วยต่อปี โดยนำชานอ้อยกับใบอ้อยเข้าหม้อไอน้ำ เพื่อผลิตไอน้ำนะครับเข้ามาปั่นเครื่องจักร 125 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งมีการควบคุมมลพิษทางอากาศ ตรวจวัดตามมาตรฐานอีไอเอปีละ 2 ครั้ง

ส่วนการรณรงค์ให้เกษตรกรตัดอ้อยสด ทางโรงงานน้ำตาลสิงห์บุรีหรือในกลุ่มมิตรผล เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น เพื่อได้อ้อย มีคุณภาพ เกษตรกรลดการเผา

นอกจากนี้ยังรับซื้อใบอ้อยจากชาวไร่ ปีละ 70,000 ตัน เมื่อชาวไร่ตัดอ้อยส่งให้โรงงาน จะมีกลุ่มผู้รับเหมารวบรวมตัวใบอ้อยที่เหลือส่งเข้ากับโรงงาน และให้ชาวไร่จัดเก็บไว้ที่ของชาวไร่เอง แล้วทยอยส่งให้โรงงานเพื่อนำเข้าสู่เครื่องย่อยใบอ้อย พร้อมมีมาตรการรับอ้อยสดเท่านั้นในช่วงพีคของฝุ่น Pm 2.5

นอกจากนี้ยังมีการรับรองตัวคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โปรดักส์ หรือว่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รีดักชัน โดยโรงงานน้ำตาลสิงห์บุรี ได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จำนวน 11 ผลิตภัณฑ์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมส่งเสริมให้เป็นโรงงานนำร่องด้านคาร์บอนนิวทรัล หรือคาร์บอนออร์แกไนซ์เซชั่น  เพื่อตอบโจทย์เทรนด์โลกสีเขียว ลดการเผา ลดฝุ่น Pm 2.5 รวมทั้งยังเรารับผลิตภัณฑ์ของชุมชนเข้ามาใช้ในโรงงาน ทำให้กลุ่มวิสาหกิจมีรายได้ ในนาม ปลูกเพาะสุข ซึ่งรายได้จากการหักต้นทุน จะกลับคืนเข้ามาสู่เครือข่ายตำบลมิตรผลร่วมพัฒนาชุมชน

นายชีวะภาพ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันโครงการ สิงห์บุรี เมืองคาร์บอนต่ำหรือ สิงห์บุรี Sandbox ซึ่งต้องอาศัยภาคเอกชนขยับไปด้วยกัน และเป็นกลไกให้เกิดความยั่งยืน โดยทางวุฒิสภาพยายามผลักดันแก้ปัญหาโลกร้อน ผ่านโครงการโครงการดังกล่าวเพื่อให้ สิงห์บุรี เป็นจังหวัดที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ต่ำกว่าเดิม

สว.ชีวะภาพได้ชื่นชมมาตรการควบคุมคาร์บอนฯของโรงงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ชาวไร่ตัดอ้อยสด ซึ่งถือเป็นกลไกที่โรงงานน้ำตาลสืงห์บุรี ได้ถือว่าประกาศตนเพื่อความยั่งยืน

ทั้งนี้ในวันที่ 19 มิ.ย.69 ทาง คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา จะจัดสัมมนาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการจัดตั้ง “สิงห์บุรีเมืองคาร์บอนต่ำ” ที่ห้องราชาวดี ชั้น 5 โรงแรมโกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท จ.สิงห์บุรี เพื่อสร้างความเข้าใจความรับรู้ให้ส่วนราชการ อปท.ผู้นำชุมชน รวมทั้งภาคเอกชนทั้งหมด โดยมีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนโครงการสิงห์บุรีแซนด์บ็อกซ์ให้ก้าวหน้าไปและพร้อมผลักดันให้เกิดการสนับสนุบ 300 บาทต่อตันเพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อยเพื่อลดการเผาอย่างยั่งยืน.