3 ปีไร้เยียวยา! แรงงานเบอร์รีป่าบุกทวงเงินกองทุน ยังไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ‘จุลพันธ์’ ลั่นต้องมีคำตอบใน 14 วัน

19.06.26 | 14:41 น.

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่กระทรวงแรงงาน น.ส.ธนพร วิจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปีกแรงงาน ของพรรคประชาชน และกลุ่มตัวแทนแรงงานไทยที่เคยไปเก็บเบอร์รีป่าในต่างประเทศ ได้รวมตัวกันเข้าพบนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีปัญหาเงินกองทุนประกันรายได้และเงินกองทุนช่วยเหลือคนงานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2-3 ปี ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2565-2567

น.ส.ธนพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาแล้วหลายท่าน แต่การดำเนินการให้ความช่วยเหลือกลับไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นหลักที่แรงงานต้องการทวงถาม คือ เรื่องเงินกองทุนประกันรายได้ ซึ่งในสมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านหนึ่งเคยลงพื้นที่พบปะแรงงานและประกาศอย่างเป็นทางการผ่านสื่อมวลชนว่า เงินประกันรายได้ยังไงก็ต้องได้

“บริษัทจัดหางานได้นำเงินของแรงงานมาวางไว้กับกรมการจัดหางานแล้ว ก่อนที่แรงงานจะเดินทางไปทำงาน เพื่อเป็นหลักประกันว่าหากแรงงานกลับมาแล้วไม่ได้รับเงินตามสัญญาหรือไม่มีรายได้เลย จะต้องมีการจ่ายเงินส่วนนี้คืนให้แรงงาน” น.ส.ธนพร กล่าว

น.ส.ธนพร กล่าวว่า จนถึงปัจจุบันแรงงานที่เดินทางกลับมายังไม่ได้รับเงินดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่เงินก้อนนี้ควรจะอยู่ที่กรมการจัดหางาน และยังมีเรื่อง เงินกองทุนช่วยเหลือคนงานไปทำงานต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมคนละ 500 บาท ซึ่งทางกรม แจ้งว่ามีรายชื่อแรงงานที่ได้รับสิทธิในระบบประมาณกว่า 400 คน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นกลับพบชื่อในระบบคอมพิวเตอร์เพียง 187 คน ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสและการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐ

“มีการเริ่มยื่นเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ.2567 และมีการเขียนคำร้องอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2567 โดยหน่วยงานรัฐอ้างว่ามีขั้นตอนการรอกระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ในการเข้าพบผู้บริหารในอดีตแรงงานเคยได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะมีการจัดลำดับผู้ที่มีรายชื่อในคอมพิวเตอร์ 187 คนแรกก่อนเพื่อจ่ายเงินชดเชย แต่เมื่อติดตามผลกลับได้รับคำตอบว่าหมดระยะเวลาการยื่นคำร้อง ทั้งที่แรงงานติดตามเรื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ.2565” น.ส.ธนพร กล่าว

Advertisement

นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังจากการพูดคุยว่า ได้ไปรับฟังและเห็นว่ามีข้อเสนอเรื่องนี้เขามาหลายครั้งแล้ว เขามาตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง เข้าใจว่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่เรื่องหนึ่งคือ บางเรื่องที่มันอาจจะดูว่าเป็นการเสียสิทธิของแรงงาน เช่น เรื่องที่เขาเข้ามาเรียกร้องแต่กลไกตามกฎหมายเนี่ยมันทำให้เขาเสียสิทธิ ในเรื่องกรอบเวลาอะไรต่างๆ ก็ได้ฝากท่านอธิบดีไปพิจารณาว่าเราจะเปิดขยายให้มีการทบทวนได้อย่างไร

“ซึ่งผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และสิ่งที่เขาเรียกร้อง จะบอกว่าเขาหลุดจากกรอบเวลา มันไม่น่าเป็นไปได้ เพราะว่าเขาดำเนินการในเรื่องของการเรียกร้องสิทธิมาตั้งแต่ต้นของเหตุการณ์” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า เราก็จะไปดูในช่องทางกฎหมายที่จะช่วยเหลือเยียวยาเขาให้ได้มากที่สุด ซึ่งรับปากไว้ว่าภายใน 2 อาทิตย์ จะมีการให้คำตอบกลับไป ซึ่งต้องดูว่า กรอบของกฎหมายเราสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด