เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน น.ส.อรัญญา สกุลโกศล ประธานสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว เนื่องจากค่าตอบแทนในต่างประเทศสูงกว่าประเทศไทยเฉลี่ย 3-5 เท่า ทำให้แรงงานจำนวนมากเลือกเดินทางไปทำงานต่างแดนเพื่อสร้างรายได้ ส่งเงินกลับมาดูแลครอบครัว และยกระดับคุณภาพชีวิต
น.ส.อรัญญากล่าวว่า แรงงานไทยที่เคยไปทำงานต่างประเทศมักต้องการกลับไปทำงานต่างประเทศอีก หากยังมีโอกาส เนื่องจากรายได้สูงกว่าในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยอาจได้รับค่าจ้างเพียงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ขณะที่แรงงานไทยในต่างประเทศสามารถมีรายได้ตั้งแต่ 30,000-70,000 บาทต่อเดือน จึงเป็นเรื่องยากที่แรงงานเหล่านี้จะกลับมาทำงานในประเทศไทย หากค่าจ้างยังไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพและภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
“แม้ประเทศไทยจะเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงาน แต่แรงงานไทยจำนวนมากยังเลือกออกไปทำงานต่างประเทศ เพราะรายได้ในประเทศไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงในชีวิต ทั้งการส่งลูกเรียนหนังสือ การสร้างบ้าน หรือการดูแลครอบครัว” น.ส.อรัญญากล่าว
นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงข้อจำกัดของภาคธุรกิจไทยที่ไม่สามารถปรับค่าจ้างได้สูงมากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการต้องแข่งขันด้านต้นทุนการผลิตกับประเทศคู่แข่ง หากค่าแรงสูงเกินไปจะกระทบต่อราคาสินค้าและความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะภาคการผลิตและอุตสาหกรรมส่งออก
ประธานสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย ยังกล่าวถึงผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตและการปิดกิจการของโรงงานต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งทำให้แรงงานจำนวนหนึ่งถูกเลิกจ้าง ขณะที่บางคนมีอายุเกินเกณฑ์ที่ประเทศปลายทางรับเข้าทำงาน ส่งผลให้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ยาก จึงอยากให้ภาครัฐมีมาตรการรองรับแรงงานกลุ่มดังกล่าว รวมถึงการสร้างอาชีพและรายได้ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้
สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ น.ส.อรัญญาระบุว่า หลายคนสามารถนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้รับมาต่อยอดในประเทศ โดยเฉพาะแรงงานด้านเทคนิค เช่น ช่างเครื่องจักร ช่างควบคุมเครื่อง CNC หรือแรงงานที่เคยทำงานในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อกลับมาสามารถทำงานในโรงงานญี่ปุ่นที่ลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้ในตำแหน่งที่มีรายได้สูงขึ้น เช่น ล่ามภาษาญี่ปุ่น หรือช่างเทคนิคเฉพาะทาง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีระบบรับรองมาตรฐานกลางระดับประเทศสำหรับแรงงานไทยที่สะสมประสบการณ์จากการทำงานในต่างประเทศโดยตรง แต่แรงงานสามารถขอคัดประวัติการเดินทางและการทำงานในต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานยืนยันประสบการณ์การทำงานได้ โดยสามารถนำเอกสารดังกล่าวไปรับรองกับกระทรวงการต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
น.ส.อรัญญากล่าวว่า แรงงานจำนวนไม่น้อยที่กลับจากต่างประเทศได้นำองค์ความรู้มาพัฒนาธุรกิจของตนเอง โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่นำเทคโนโลยีและวิธีการผลิตจากต่างประเทศมาปรับใช้ในประเทศไทย จนสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและกลายเป็นผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนได้ในที่สุด

