‘หนองซนโมเดล’ พลิกชุมชนสู้เหล้า สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า-แอลกอฮอล์

24.06.26 | 14:57 น.

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายชลกานต์ วงศ์เข็มมา ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ในอดีตตำบลหนองซนเผชิญปัญหาการดื่มสุราในงานบุญและงานศพที่ฝังรากลึก ส่งผลต่อภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและปัญหาความรุนแรงในชุมชน จึงเกิดการพัฒนาชุมชนสู้เหล้าตั้งแต่ปี 2562 สร้างแกนนำในระดับหมู่บ้านและขยายผลสู่การจัดงานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน รวมถึงการจัดตั้งชมรมคนหัวใจเพชร ปัจจุบันมีหมู่บ้านต้นแบบที่ยังคงขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้าและปลอดการพนันอย่างเข้มแข็ง ได้แก่ บ้านคำแม่นาง หมู่ 2 บ้านสามแยก หมู่ 4 และบ้านโนนสวาท หมู่ 11 ขณะเดียวกันยังมีเครือข่ายแกนนำชุมชนคนสู้เหล้าใน 4 หมู่บ้าน ทำหน้าที่สร้างค่านิยมใหม่และเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายชลกานต์กล่าวว่า แม้ช่วงแรกจะเผชิญแรงต้านจากความเชื่อเดิมที่มองว่า “งานศพต้องมีเหล้า” แต่ชุมชนได้ร่วมกันทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้น จนนำไปสู่การพัฒนา “หนองซนโมเดล” ที่เน้นการสร้างสภาพแวดล้อมปลอดภัยควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชน โดยมีทั้งเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน ร้านค้า และสถานศึกษา เพื่อลดการเข้าถึงเหล้า บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า

ด้าน นางสุทิศา เหล่าธง คณะทำงานชุมชนสู้เหล้า ตำบลหนองซน กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของการทำงานคือการมองเด็กและเยาวชนเป็น “โอกาส” ไม่ใช่ “ปัญหา” จึงพัฒนากิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของเด็ก เช่น วงโปงลาง “คำแม่นางสืบสานตำนานศิลป์” กลุ่ม Cover Dance และกลุ่มจิตอาสา “มันปลา กล้าทำ” เพื่อให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเรียนรู้ทักษะชีวิต ความรับผิดชอบ และพิษภัยจากปัจจัยเสี่ยง ผลจากการดำเนินงานทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งที่เคยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พัฒนาศักยภาพ และก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำกิจกรรมของชุมชน ขณะเดียวกันยังได้รับโอกาสแสดงความสามารถในงานสำคัญระดับจังหวัด เช่น งานไหลเรือไฟและกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ จนสามารถสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับตนเอง อีกหนึ่งกลไกสำคัญของหนองซนโมเดล คือ “ร้านค้าหัวใจเพชร” ซึ่งร่วมกันปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบอย่างเคร่งครัด โดยปัจจุบันตำบลหนองซนมีร้านค้าทั้งหมด 84 แห่ง และมี 9 แห่งเข้าร่วมเป็นร้านค้าหัวใจเพชร ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กและเยาวชน ผู้มึนเมา รวมถึงงดจำหน่ายในช่วงเวลาหรือวันสำคัญตามที่กำหนด

และ น.ส.จันทรัช สารี นักจัดการชุมชนสุขภาวะ สคล.อีสานตอนบน กล่าวว่า บทเรียนสำคัญจากการทำงานคือ การแก้ปัญหาเยาวชนไม่สามารถอาศัยเพียงมาตรการควบคุมหรือข้อห้าม แต่ต้องสร้างโอกาสและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต เมื่อเด็กได้รับการยอมรับ มีพื้นที่แสดงศักยภาพ และมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุน พวกเขาจะสามารถเลือกเส้นทางชีวิตที่ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงได้ด้วยตนเอง “หนองซนโมเดล” จึงเป็นมากกว่าการรณรงค์งดเหล้าในงานศพ แต่เป็นตัวอย่างของการสร้างระบบนิเวศชุมชนปลอดภัยที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลเด็กและเยาวชน ตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ร้านค้า และชุมชน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ในพื้นที่