ถึงเวลาที่เหมาะสม ปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่สู่อัตราเดียว เพื่อเศรษฐกิจไทยและการควบคุมยาสูบที่ยั่งยืน

24.06.26 | 07:21 น.

ถึงเวลาที่เหมาะสม ปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่สู่อัตราเดียว เพื่อเศรษฐกิจไทยและการควบคุมยาสูบที่ยั่งยืน

ปัญหาความยืดเยื้อของโครงสร้างภาษีบุหรี่ในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นที่ท้าทายความกล้าหาญในการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างยิ่ง แม้ว่าในหลายปีที่ผ่านมาจะมีการผลักดันจากฝั่งนักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เร่งปรับปรุงโครงสร้างภาษีบุหรี่ไปสู่ระบบอัตราเดียว แต่จนถึงปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงแผนการที่ยังไม่ถูกนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเสียที

การคงไว้ซึ่งโครงสร้างภาษีแบบสองอัตราโดยแบ่งตามระดับราคาขายปลีกแนะนำที่กำหนดให้บุหรี่ในกลุ่มราคาประหยัดเสียภาษีน้อยกว่ากลุ่มราคาสูงนั้น เดิมทีมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อปกป้องรัฐวิสาหกิจผู้ประกอบการในประเทศเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดราคาประหยัดจากข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ปรากฏตลอดเกือบ 10 ปีที่ใช้โครงสร้างแบบ 2 อัตรามากลับไม่เป็นไปตามคาด

ในทางกลับกัน ระบบดังกล่าวได้กลายเป็นช่องว่างที่ก่อให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด เมื่อผู้ผลิตต่างพยายามแข่งขันกันลดราคาหรือออกสินค้าที่มีราคาต่ำเพื่อมาสู้กันในพื้นที่ที่เสียภาษีในอัตราที่น้อยกว่า จนทำให้ตลาดราคาสูงของไทยเหลือเพียง 5% เท่านั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตที่สูญเสียไปมหาศาลในทุกปี จากที่เคยเก็บได้กว่า 6.8 หมื่นล้านบาทในช่วงก่อนใช้โครงสร้าง 2 อัตรา กลับเหลือเพียง 4.7 ล้านบาทในปัจจุบัน อีกทั้งยังไม่ช่วยตอบโจทย์นโยบายควบคุมยาสูบอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริโภคสามารถหันไปเลือกซื้อบุหรี่ราคาถูกแทนที่จะเลิกสูบ

จากการศึกษาโดยหน่วยงานหลักอย่างกรมสรรพสามิต และผลงานวิจัยอิสระที่เกี่ยวข้องต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ระบบภาษีอัตราเดียวคือทางออกที่ดีที่สุดและเป็นมาตรฐานสากลที่องค์การอนามัยโลก รวมถึงสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่างให้การยอมรับ เพราะบุหรี่ทุกชนิดมีโทษต่อสุขภาพไม่ต่างกัน การที่รัฐยังคงลังเลและให้ความกลัวต่อผลกระทบของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งมาเป็นอุปสรรคในการตัดสินใจ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ

มติคณะรัฐมนตรีหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งในเดือนกันยายนปี 2564 และสิงหาคมปี 2565 ต่างมีข้อสั่งการชัดเจนให้กระทรวงการคลังเร่งทบทวนและแก้ไขโครงสร้างภาษีเพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรมและการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ กระทรวงการคลังควรให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยในภาพรวมมากกว่าการพะวงกับการปกป้องผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใดเพียงเพื่อบรรเทาความกังวลชั่วคราว แลกกับการแบกรับภาระการจัดเก็บรายได้ภาษีตกต่ำต่อไปในทุกปี

Advertisement

ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่รัฐต้องทำทุกวิถีทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ให้เป็นอัตราเดียวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่ต้องทำทันที เพื่อปิดช่องโหว่ทางภาษี เพิ่มโอกาสในการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และสร้างความเท่าเทียมในกลไกการแข่งขันของอุตสาหกรรมยาสูบอย่างแท้จริง การตัดสินใจเดินหน้าปฏิรูปครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของรัฐบาลว่ามีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่สั่งสมมานานเพื่อประโยชน์ของประชาชนและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว มากกว่าจะคอยช่วยพยุงผู้ประกอบการรัฐวิสาหกิจอย่างที่ทำมาตลอดเกือบทศวรรษ