หมอเพื่อน ย้ำ 6 เสาหลักของเวชศาสตร์วิถีชีวิต เน้น ป้องกันมากกว่ารักษา ตรวจสุขภาพประจำปี-ทานอาหารเสริม

26.06.26 | 17:33 น.

หมอเพื่อน ย้ำ 6 เสาหลักของเวชศาสตร์วิถีชีวิต เน้น ป้องกันมากกว่ารักษา ตรวจสุขภาพประจำปี-ทานอาหารเสริม

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เครือมติชนจับมือพันธมิตรจัดงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ก้าวสู่ปีที่ 18 ของการจัดงาน ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เพื่อต่อยอดแนวคิด “Longevity” หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมการดูแลสุขภาพกาย ใจ อาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับอย่างสมดุล

เวลา 16.00 น. มีการจัดเวทีเสวนา Longevity Talk : เจาะเทรนด์ Longevity เพื่อชีวิตที่เฮลตี้อย่างยั่งยืน โดย พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี หรือ หมอเพื่อน แพทย์ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 2 ระบุว่า คำนิยาม Longevity คือ การมีสุขภาพที่ดีไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต Longevity เป็นศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 พันปีที่แล้ว สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ให้ไปหายาอายุวัฒนะ ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพ เพื่อมีชีวิตที่ยืนยาควบคู่กับการมีคุคณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนปี แต่เน้นยืดช่วงเวลาที่แข็งแรง ปราศจากโรคเรื้อรัง โดยผสมผสานวิทยาศาตร์เทคโนโลยีสุขภาพ พื้นฐานพันธุกรม สิ่งแวดล้อม และการปรับพฤติกรรม

Advertisement

พญ.กอบกุลยา บอกอีกว่า Longevity คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรค เหมือนการเจาะเลือดเพื่อตรวจร่างกายประจำปี ยุคการแพทย์ปัจจุบันเริ่มมาจัดการที่ต้นเหตุของความเสื่อม และมีนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างเช่น ดร.เดวิด ซิมแคร์ นักชีววิทยาและนักพันธุกรรมชื่อดังจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาละยฮาร์วาร์ด เจ้าของแนวคิด ความแก่เป็นโรคที่สามารถรักษาได้ เช่น การจำกัดช่วงเวลากิน การทานอาหารเสริม เป็นต้น

พญ.กอบกุลยา บอกอีกว่า 6 เสาหลักของเวชศาสตร์วิถีชีวิต คือ 1.อาหารเป็นยา อย่ากินยาเป็นอาหาร ไม่ทานอาหารแปรรูป และน้ำตาลคือยาพิษ ยิ่งกินยิ่งแก่ 2.นอนหลับพักฟื้น ซึ่งหลับเป็นยาที่ดีที่สุด 3.หลีกเลี่ยงสิ่งเสี่ยง 4.เคลื่อนไหวคือ ชีวิต 5.จัดการความเครียด ซึ่งปัจจุบันความเครียดมักมาจากโซเชียลมีเดีย เห็นชีวิตคนอื่นและสะท้อนมายังชีวิตตัวเอง และ 6.ความสัมพันธ์ คือ ยา

“ขณะที่เทรน Longevity โลกที่เปลี่ยนจาก Well-being สู่ระดับโมเลกุล คือ การวัดได้ ปรับได้ เฉพาะตัว เช่น การกินอาหารที่เหมาะกับ Microbiome ของตัวเอง ตามข้อมูลจุลินทรีย์ลำไส้ เพราะในร่างกายเรามีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ลำไส้ นอกจากนี้ยังชะลอวัยด้วยการจัดการเซลล์ชราภาพออกจากร่างกาย และที่สำคัญคือ Biological Clock หรือการใช้ชีวิตตามนาฬิกาชีวิต ฉะนั้น “การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือ การจ่ายเงินเพื่อรู้ว่าเราไม่ต้องจ่ายเงินค่าอะไร” โดยการป้องกันตั้งแต่แรก เช่น การตรวจร่างกายประจำปี รวมทั้งการทานอาหารเสริม เพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่ควรได้รับตามความต้องการของร่างกาย” พญ.กอบกุลยา กล่าว