สภานายจ้างการเกษตรฯ ส่ง ‘ศุภานัน’ ชิงบอร์ดประกันสังคม ชูปฏิรูปกองทุนประกันสังคม โปร่งใส ดูแลนายจ้าง ดันสิทธิประโยชน์เอสเอ็มอี

27.06.26 | 11:45 น.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ สภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย (สภา 8) แถลงเปิดตัว ดร.ศุภานัน ปลอดเหตุ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง พร้อมประกาศนโยบายปฏิรูประบบประกันสังคม เน้นการบริหารกองทุนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน และผลักดันสิทธิประโยชน์สำหรับนายจ้าง โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

นายประพันธ์ ปุยไพบูลย์ ประธานสภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารของสภาได้พิจารณาคัดเลือกผู้สมัครจากคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ด้านแรงงานและระบบไตรภาคี ความซื่อสัตย์สุจริต ความเสียสละ และความพร้อมในการทำงาน ก่อนมีมติส่ง ดร.ศุภานัน เป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง ทั้งนี้ สภาฯ ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 เพื่อเป็นตัวแทนนายจ้างในการสะท้อนปัญหาและร่วมกำหนดนโยบายด้านแรงงาน ตลอดเวลากว่า 28 ปี ได้ส่งผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในองค์กรไตรภาคีหลายแห่ง ทั้งศาลแรงงาน คณะกรรมการค่าจ้าง และคณะกรรมการด้านแรงงานของกระทรวงแรงงาน

ด้าน นายสุวิช ศรีเพียร รักษาการกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า สนับสนุนการส่ง ดร.ศุภานัน ลงสมัคร เพราะเชื่อว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านแรงงานและระบบไตรภาคีมายาวนาน พร้อมยืนยันว่าการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมยังเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะการยกระดับความโปร่งใส การบริหารการลงทุน และการสร้างเสถียรภาพของกองทุน การลงทุนของกองทุนประกันสังคมจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ ทั้งที่มีความเสี่ยงต่ำ ปานกลาง และสูง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนดูแล ซึ่งข่าวที่สังคมรับรู้มักเป็นเฉพาะหุ้นที่ขาดทุน แต่ไม่ได้สะท้อนผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด พร้อมเสนอให้เดินหน้าปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม โดยแยกการบริหารกองทุนออกจากระบบราชการ ให้เป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระ คล่องตัว และโปร่งใสมากขึ้น เพื่อให้การบริหารเงินลงทุนเป็นไปอย่างมืออาชีพ และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนในระยะยาว

ด้าน ดร.ศุภานัน กล่าวว่า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท ซินเป๊ปโก จำกัด และกิจการในเครือ เป็นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานมาแล้ว 4 สมัย ผู้แทนฝ่ายนายจ้างในคณะกรรมการค่าจ้าง 2 สมัย และผู้แทนฝ่ายนายจ้างในคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน รวมทั้งเป็นอนุกรรมการในคณะต่าง ๆ ของกระทรวงแรงงาน การตัดสินใจลงสมัครเพราะต้องการให้ประกันสังคมมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะนายจ้างซึ่งเป็นผู้ร่วมส่งเงินสมทบเข้ากองทุน แต่กลับแทบไม่มีสิทธิประโยชน์สำหรับตนเอง

“เราไม่อยากให้นายจ้างมองว่าการส่งประกันสังคมเป็นภาระ นายจ้างคือผู้ส่งเงินสมทบให้ผู้ประกันตน จึงควรมีสิทธิและสวัสดิการที่เหมาะสม เพราะนี่คือกองทุนประกันสังคม ไม่ใช่กองทุนของผู้ประกันตนฝ่ายเดียว” ดร.ศุภานัน กล่าว

Advertisement

ดร.ศุภานัน กล่าวว่า หากได้รับเลือก จะผลักดันให้มีการทบทวนสิทธิประโยชน์สำหรับนายจ้าง โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มที่แบกรับภาระการส่งเงินสมทบ แต่ไม่มีหลักประกันรองรับเมื่อประสบปัญหาสุขภาพหรือทุพพลภาพ นอกจากนี้ จะผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมบริหารกองทุนอย่างมืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เปิดเผยข้อมูลการลงทุนในรูปแบบที่ประชาชนเข้าใจง่าย พร้อมพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง (Data Center) ให้สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศใช้มาตรฐานเดียวกัน และดูแลบุคลากรของสำนักงานให้มีขวัญกำลังใจ เพื่อรักษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนไว้ในองค์กร

ดร.ศุภานัน ยังเสนอว่า ในอนาคต หากกองทุนมีความมั่นคงเพียงพอ ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกที่ต้องการออมเพิ่มสามารถร่วมลงทุนในกองทุนได้ คล้ายกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยเลือกแผนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และสามารถติดตามผลตอบแทนของตนเองได้อย่างโปร่งใส

“ทุกคนควรเห็นว่าเงินของตัวเองเติบโตอย่างไร รับความเสี่ยงได้แค่ไหน และตรวจสอบได้” ดร.ศุภานัน กล่าว

ดร.ศุภานัน กล่าวต่อว่า ขอเชิญชวนเรียกร้องให้นายจ้างเร่งลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม พร้อมเสนอให้ปรับปรุงขั้นตอนการลงทะเบียนที่ยังมีความซับซ้อน และทบทวนวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการที่มีเพียง 2 ปี ซึ่งเห็นว่าไม่สอดคล้องกับภารกิจและงบประมาณที่ใช้จัดการเลือกตั้ง

เมื่อถูกถามถึงการแข่งขันกับกลุ่มผู้สมัครอื่น ดร.ศุภานัน กล่าวว่า การเปิดตัวครั้งนี้เป็นเพียงการประกาศตัวแทนของสภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย ส่วนหลังจากเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ จะมีการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายและพันธมิตรจากสภาองค์การนายจ้างอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 18 สภา

“เราอยากเชิญชวนนายจ้างตัวจริงออกมาใช้สิทธิ เพื่อรักษาระบบไตรภาคี ไม่อยากให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงการบริหารกองทุน เพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันส่งเข้ามา” ดร.ศุภานัน กล่าว