สาวไทยมีลูกช้า คนแห่ฝากไข่ ‘Lavida’ ชี้อายุต่ำกว่า 35 ปี เหมาะที่สุด แนะคู่มีบุตรยากรีบปรึกษาแพทย์

27.06.26 | 14:21 น.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 งาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำของประเทศ เพื่อส่งเสริมแนวคิดการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) ครอบคลุมการดูแลสุขภาพกาย ใจ อาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับอย่างสมดุล

น.ส.ลภัสรดา จีนาภักดิ์ Medical Coordinator คลินิก Lavida กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยมีแนวโน้มแต่งงานและมีบุตรช้าลง เนื่องจากต้องการสร้างความมั่นคงในชีวิตก่อน ส่งผลให้เมื่อถึงช่วงเวลาที่ต้องการมีบุตร อายุของฝ่ายหญิงมักเพิ่มขึ้น จนทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลงตามคุณภาพของไข่ที่เสื่อมลงตามวัย จึงทำให้ปัญหามีบุตรยากพบมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้ คลินิก Lavida เปิดให้บริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มานาน 9 ปี โดยให้บริการทั้งการตรวจหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก การตรวจคุณภาพอสุจิ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI รวมถึงการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) เพื่อเก็บรักษาคุณภาพของไข่ไว้สำหรับการมีบุตรในอนาคต

น.ส.ลภัสรดา กล่าวว่า การแช่แข็งไข่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่มีแผนมีบุตรในปัจจุบัน แต่ต้องการรักษาคุณภาพของไข่ในช่วงอายุที่ยังแข็งแรง เพราะเมื่ออายุมากขึ้น คุณภาพของไข่จะลดลงตามธรรมชาติ โดยทางการแพทย์แนะนำให้แช่แข็งไข่ก่อนอายุ 35 ปี เพื่อให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ในอนาคตมากขึ้น สำหรับผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก แนะนำให้คู่สมรสเข้ารับการตรวจพร้อมกันทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย เนื่องจากสาเหตุอาจเกิดได้จากทั้งสองฝ่าย โดยแพทย์จะประเมินสาเหตุเป็นรายบุคคล ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เริ่มตั้งแต่การรักษาด้วยวิธี IUI หากไม่ประสบความสำเร็จ จึงพิจารณาเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI ซึ่งอัตราความสำเร็จโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 แต่ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และปัจจัยเฉพาะของแต่ละคู่สมรส

น.ส.ลภัสรดา กล่าวว่า การแช่แข็งไข่มีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การกระตุ้นไข่ด้วยยาในช่วงวันที่ 2-3 ของรอบเดือน เพื่อให้ไข่หลายใบเจริญเติบโต จากนั้นแพทย์จะเก็บไข่ออกมา และนักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกเฉพาะไข่ที่มีคุณภาพดี ก่อนนำไปแช่แข็งด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ เพื่อคงคุณภาพของไข่ไว้จนกว่าจะนำมาใช้ในอนาคต ทั้งนี้ ภายในงาน Thailand Healthcare 2026 คลินิกจัดโปรโมชั่นแช่แข็งไข่ ราคา 169,000 บาท ครอบคลุมกระบวนการเก็บไข่และแช่แข็งโดยไม่จำกัดจำนวนไข่ หลังจากนั้นจะมีค่าฝากรักษาไข่ประมาณ 1,000 บาทต่อฟองต่อปี ส่วนการนำไข่มาใช้ในอนาคต จะต้องเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามขั้นตอนการรักษา

“หลายคนมองว่าการแช่แข็งไข่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงต้องวางแผนด้านการเงินควบคู่ไปด้วย แต่สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมมีบุตรในขณะนี้ การแช่แข็งไข่ถือเป็นการรักษาคุณภาพของไข่ในช่วงวัยที่ดีที่สุด และช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรเมื่อพร้อมในอนาคต” น.ส.ลภัสรดา กล่าว

Advertisement

น.ส.ลภัสรดา กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจสอบถามเรื่องการแช่แข็งไข่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทำงาน ขณะที่ในงาน Thailand Healthcare 2026 พบว่ามีผู้ปกครองและผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเข้ามาสอบถามข้อมูลแทนลูกหลาน เพื่อวางแผนครอบครัวในอนาคต สะท้อนว่าประชาชนเริ่มตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพการเจริญพันธุ์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การแช่แข็งไข่ไม่ได้เป็นการเลือกเพศหรือคัดเลือกพันธุกรรมของบุตร เนื่องจากไข่จะมีพันธุกรรมตามธรรมชาติของผู้หญิง ส่วนการกำหนดเพศของตัวอ่อนเกี่ยวข้องกับโครโมโซมของอสุจิที่เข้าปฏิสนธิกับไข่ จึงไม่สามารถกล่าวได้ว่าการแช่แข็งไข่เป็นการเลือกเพศของบุตรได้

ทั้งนี้ งาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-19.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี