หมอแนะเช็ก ‘Digital Well-being’ เตือนคนยุคดิจิทัลเสี่ยงปวดกาย-ปวดใจ แนะประเมินตัวเองก่อนปัญหาสุขภาพลุกลาม

27.06.26 | 18:58 น.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 เครือมติชนเปิดฉาก “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ก้าวสู่ปีที่ 18 ของการจัดงาน ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำของประเทศ ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เพื่อต่อยอดแนวคิด “Longevity” หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมการดูแลสุขภาพกาย ใจ อาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับอย่างสมดุล

ภายในงาน พญ.สุธาพร ล้ำเลิศกุล แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน จาก Oxygen Corporate Wellness by Doctors กล่าวว่า ปัจจุบันคนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจากการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลมากขึ้น ทั้งการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การใช้สมาร์ตโฟน และการรับข้อมูลข่าวสารจำนวนมากในแต่ละวัน ส่งผลให้เกิดความเครียด นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง และส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว

พญ.สุธาพร กล่าวว่า สิ่งสำคัญในปัจจุบันคือการสร้าง Digital Well-being หรือการมีสุขภาวะที่ดีในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเลิกใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ดิจิทัล แต่เป็นการใช้อย่างสมดุลและรู้เท่าทันพฤติกรรมของตนเอง โดยประชาชนสามารถเริ่มต้นได้จากการตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ผ่านฟังก์ชัน Screen Time ในระบบ iPhone หรือ Digital Well-being ในระบบ Android เพื่อดูว่าแต่ละวันใช้เวลากับหน้าจอนานเท่าใด และใช้เวลาไปกับแอปพลิเคชันใดมากที่สุด

“หลายคนรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อย เครียด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ไม่เคยย้อนกลับมาดูว่าตลอดทั้งวันใช้เวลากับหน้าจอมากแค่ไหน ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจโดยตรง” พญ.สุธาพรกล่าว

พญ.สุธาพร กล่าวว่า พฤติกรรมการก้มมองโทรศัพท์เป็นเวลานานยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด Text Neck Syndrome หรือภาวะปวดคอจากการก้มใช้โทรศัพท์ โดยปกติศีรษะของคนเรามีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม แต่เมื่อก้มศีรษะลงประมาณ 60 องศา กระดูกต้นคอจะต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 27 กิโลกรัม ทำให้เกิดอาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ และอาจลุกลามไปถึงอาการปวดหลังเรื้อรังได้ หากปล่อยไว้นาน นอกจากนี้ ปัญหา “ปวดกาย” และ “ปวดใจ” ยังมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เพราะบางคนเริ่มจากความเครียดสะสมจนเกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ขณะที่บางคนมีอาการปวดเรื้อรังจนส่งผลต่อสภาพจิตใจ ดังนั้น การรักษาจึงไม่ควรมองเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง แต่ต้องประเมินภาพรวมของสุขภาพทั้งกายและใจควบคู่กัน

Advertisement

พญ.สุธาพร กล่าวว่า ก่อนเริ่มแก้ไขปัญหา ควรประเมินตนเองด้วยแนวคิด Wheel of Life หรือ “วงล้อชีวิต” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินความสมดุลของชีวิตในหลายด้าน ทั้งสุขภาพ การงาน การเงิน ความสัมพันธ์ และการพักผ่อน โดยให้คะแนนแต่ละด้านจากความพึงพอใจของตนเอง เพื่อค้นหาว่าด้านใดเป็นจุดอ่อนที่ควรได้รับการแก้ไขก่อน เพราะแต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกัน

“หลายคนคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า จึงไม่จำเป็นต้องพบผู้เชี่ยวชาญ แต่จริง ๆ แล้วอาจมีภาวะเครียดสะสม หรือความไม่สมดุลในการใช้ชีวิตที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นโรค การรู้จักประเมินตัวเองและเรียนรู้การบริหารความเครียด หรือ Stress Management ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาสุขภาพลุกลามในอนาคตได้” พญ.สุธาพรกล่าว

พญ.สุธาพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างสุขภาวะของพนักงาน ผ่านการจัดโปรแกรม Corporate Wellness และกิจกรรมบริหารความเครียด เพราะเมื่อบุคลากรมีสุขภาพกายและใจที่ดี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดภาวะหมดไฟ (Burnout) และลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว

ทั้งนี้ งาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-19.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 ผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับของที่ระลึก (จำนวนจำกัด) ได้ที่ https://evcnx.co/THCV26 จากนั้นสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีสามย่าน ทางออก 2 ซึ่งเชื่อมต่อเข้าสู่สามย่านมิตรทาวน์โดยตรง