แพทยสภา เดินหน้าแก้กม. ปิดช่องโหว่คดีจริยธรรม ดำเนินคดี แม้แพทย์ชิงลาออก-คืนใบอนุญาต ยืนยันดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ “อิทธพร คณะเจริญ”
“แพทยสภาเดินหน้าแก้กฎหมาย ปิดช่องโหว่คดีจริยธรรม ยืนยันดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน”
จากกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการทางจริยธรรมต่อผู้ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภาและคืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้น
ในฐานะเลขาธิการแพทยสภาขอเรียนว่า ตลอดกระบวนการที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน โดยเมื่อพบประเด็นข้อกฎหมายที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงเป็นผู้ขอหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการตีความและการบังคับใช้กฎหมาย อันเป็นการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย และยึดมั่นในหลักนิติธรรม
คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นว่า ภายใต้พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ซึ่งใช้บังคับมากว่า 40 ปี ยังไม่มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจแพทยสภาดำเนินกระบวนการพิจารณาทางจริยธรรมต่อผู้ที่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกและคืนใบอนุญาตแล้ว พร้อมทั้งมีข้อสังเกตว่า หากรัฐเห็นสมควร ควรปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจากผู้ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภาในอดีต ซึ่งไม่ใช่รายแรก แต่ทุกรายไม่ได้มีคดีจริยธรรมที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จึงไม่เคยปรากฏข้อกฎหมายในลักษณะดังกล่าวมาก่อน แต่เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น แพทยสภาเห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมฯ จะประชุมเพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอ เพิ่มเติมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข คณะรัฐมนตรี และรัฐสภา ตามลำดับ
การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ มิใช่เพื่อบุคคลหรือกรณีใดกรณีหนึ่ง แต่เพื่อยกระดับกฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์ ปิดประเด็น ช่องโหว่ที่ยังไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบกำกับดูแลจริยธรรมของวิชาชีพเวชกรรมในระยะยาว
แพทยสภาจะยังคงยึดมั่นในภารกิจสำคัญ คือ การคุ้มครองประชาชน รักษามาตรฐานและจริยธรรมแห่งวิชาชีพแพทย์ พร้อมดำเนินการทุกขั้นตอนภายใต้กรอบของกฎหมาย และเมื่อพบว่ากฎหมายควรได้รับการปรับปรุง แพทยสภาพร้อมผลักดันให้เกิดการแก้ไข เพื่อให้ระบบกำกับดูแลวิชาชีพมีความเข้มแข็ง โปร่งใส และสอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมต่อไป







