เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่อาคารรัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามที่ 021 ด้วยหนังสือของ นายชินโชติ แสงสังข์ สมาชิกวุฒิสภา กรณีแผนการชำระเงินที่รัฐค้างสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม โดยระบุว่า เรื่องนี้ตามข้อเท็จจริงแล้ว ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่สะสมมาประมาณ 20 ปี และหากย้อนกลับไปดูตัวเลขยอดหนี้ค้างสมทบของรัฐเมื่อ 10 ปีก่อน จะพบว่าเวลานั้นมียอดค้างชำระประมาณ 100,000 ล้านบาท แต่หลังจากมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 รัฐบาลได้ทยอยชำระคืนมาโดยตลอด จนเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน นับตั้งแต่ปี 2562-2568 มีการจ่ายชำระจนยอดค้างชำระเหลือประมาณ 48,000 ล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลได้ใช้กลไกทางงบประมาณเพื่อชำระต่อ โดยในสิ้นปีงบประมาณ 2569 จะเหลือยอดคงค้างอยู่ที่ประมาณ 42,600 ล้านบาท
นายจุลพันธ์ระบุต่อว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2570 แม้ภาพรวมงบประมาณของประเทศจะมีข้อจำกัดและหลายกระทรวงถูกปรับลดงบประมาณลง แต่กระทรวงแรงงานได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น และนัยสำคัญที่ได้เพิ่มขึ้นนั้น เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกันตนและกองทุนประสังคม โดยได้ตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายสมทบกองทุนประกันสังคมประจำปี 2570 จำนวน 58,680 ล้านบาท และงบชำระเงินค้างสมทบเพิ่มอีก 7,217 ล้านบาท ซึ่งภายในสิ้นปี 2570 ยอดหนี้คงค้างจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท และที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้พูดคุยกับสำนักงบประมาณและสำนักงานประกันสังคมเพื่อวางแผนชำระคืนปีละ 7,000-8,000 ล้านบาท เพื่อให้จบภายใน พ.ศ.2574
“เรื่องนี้ต้องเรียนตามตรงว่าผมอยู่ในรัฐสภามา 20 ปี ผมเข้าใจดีครับว่า คำว่า แผนชำระคืน เป็นสิ่งที่เราได้ยินกันมาบ่อยครั้ง และหลายคนอาจจะยังตั้งคำถามว่าครั้งนี้จะทำได้จริงไหม ผมได้หารือเรื่องนี้กับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และท่านภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเรื่องงบประมาณ โดยทุกฝ่ายรับทราบเรื่องนี้ครับ ในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ผมขอยืนยันว่าครั้งนี้รัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่จะรักษาคำมั่นสัญญา เราจะบริหารจัดการเพื่อดึงเม็ดเงินกลับคืนสู่กองทุนประสังคมและคืนกลับไปเป็นความมั่นคงให้กับพี่น้องผู้ประกันตนทุกคนให้ได้มากที่สุด” นายจุลพันธ์กล่าว
