เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วม Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 8 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการคุ้มครองแรงงาน ส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรม พัฒนาทักษะแรงงานรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานโลกได้มากขึ้น
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ศักดิ์ศรี และสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยทุกคน ไม่ว่าจะทำงานอยู่ภายในประเทศหรือเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงงานที่จะเดินทางไปทำงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากกรอบความร่วมมือภายใต้ปฏิญญาฉบับดังกล่าว สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือ ประกอบด้วย 3 ด้าน เริ่มตั้งแต่การสร้างระบบจ้างงานที่เป็นธรรมและคุ้มครองรอบด้าน โดยมุ่งเน้นความโปร่งใสในขั้นตอนการจัดหางานเพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของพี่น้องแรงงาน ควบคู่ไปกับการดูแลสวัสดิการและสิทธิแรงงานในประเทศปลายทางอย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกันเรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเพื่อรองรับยุคดิจิทัล ผ่านการส่งเสริมการ Upskill และ Reskill โดยเฉพาะทักษะด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการผลักดันให้เกิดการยอมรับคุณวุฒิวิชาชีพระหว่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานไทยสามารถเข้าถึงตำแหน่งงานที่ดีขึ้นและมีรายได้ที่สูงขึ้นในตลาดโลก
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งมั่นที่จะดูแลและคุ้มครองแรงงานทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานหญิง เยาวชน หรือผู้ที่ทำงานในรูปแบบการจ้างงานใหม่ๆ (New Forms of Work) เพื่อให้สอดรับกับบริบทของตลาดแรงงานยุคปัจจุบันและสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน โดยยืนยันว่า กระทรวงแรงงานพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานไทยทุกคนจะเดินทางไปทำงานอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอน



