เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายอมิต ราเฮจา (Amit Raheja) รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Edwards Lifesciences กล่าวว่า บริษัท เอ็ดเวิร์ด ไลฟ์ไซเอนซ์ส (Edwards Lifesciences) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการจัดประชุมสุดยอด RESILIA Summit 2026 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีศัลยแพทย์หัวใจและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจมากกว่า 120 คน จาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ ภายใต้แนวคิด “Raising the Bar in Cardiac Surgery” หรือการยกระดับมาตรฐานการผ่าตัดหัวใจ เพื่อผลักดันการวางแผนรักษาผู้ป่วยตลอดช่วงอายุขัย การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีที่รวบรวมบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหลักฐานเชิงประจักษ์ทางคลินิกสำหรับยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยในระยะยาว พร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านศัลยศาสตร์หัวใจในระดับภูมิภาค
นายอมิต กล่าวว่า สำหรับการประชุมในปีนี้ให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความคงทนของลิ้นหัวใจในระยะยาว การผ่าตัดที่คำนึงถึงทางเลือกการรักษาในอนาคต และการวางแผนดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต โดยครอบคลุมทั้งโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกและลิ้นหัวใจไมตรัล ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มผู้ป่วยอายุน้อยลงและมีอายุยืนยาวมากขึ้น ไฮไลต์สำคัญของงานคือการนำเสนอข้อมูลติดตามผลระยะยาว 10 ปี จากการศึกษาทางคลินิก COMMENCE ควบคู่กับข้อมูลจากโปรแกรม MOMENTIS ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพของลิ้นหัวใจศัลยกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเนื้อเยื่อ RESILIA™ โดยข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกแนวทางรักษา โดยเฉพาะในผู้ป่วยอายุน้อยที่อาจต้องได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิต
นพ.ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในวิทยากรและผู้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการผ่าตัดหัวใจในการประชุม กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกวิธีรักษาไม่ใช่เพียงการผ่าตัดครั้งเดียว แต่ต้องมองถึงอนาคตของผู้ป่วยในระยะยาว พร้อมย้ำว่าหัวใจสำคัญคือการเลือกแนวทางที่ให้ผลดีที่สุดต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยทุกประเด็นที่มีการอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกระหว่างลิ้นหัวใจโลหะกับลิ้นหัวใจชีวภาพ การซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ รวมถึงการวางแผนรักษาในระยะยาว ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วย
ด้าน ศ.ดาโต๊ะ เซอรี ดร.เจฟฟรีย์ เจสวอนต์ ดิลลอน (Prof Dato’ Seri Dr. Jeffrey Jeswant Dillon) แพทย์ที่ปรึกษาอาวุโสด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก สถาบันโรคหัวใจแห่งชาติมาเลเซีย (National Heart Institute Malaysia : IJN) ซึ่งเป็นศูนย์รักษาโรคหัวใจระดับตติยภูมิและศูนย์อ้างอิงด้านโรคหัวใจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในขณะนี้ คือการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของศัลยแพทย์จากการมองเฉพาะผลสำเร็จของการผ่าตัดครั้งเดียว ไปสู่การวางแผนดูแลผู้ป่วยตลอดช่วงชีวิต โดยอายุการใช้งานของลิ้นหัวใจถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกวิธีรักษา พร้อมระบุว่า เวทีแลกเปลี่ยนทางวิชาการเช่น RESILIA Summit มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และผลักดันแนวคิดดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติในวงกว้าง
ขณะที่ นพ.วินายัก (วินนี) ดาพัต (Dr. Vinayak (Vinnie) Dapat) ประธานภาควิชาศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจ และผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ลิ้นหัวใจ สถาบันโรคหัวใจอัลลินา เฮลท์ (Allina Health Minneapolis Heart Institute) เมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจและการวิจัยโรคลิ้นหัวใจ กล่าวว่า ข้อมูลติดตามผลระยะยาว 10 ปี ถือเป็นหลักฐานทางคลินิกที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นข้อมูลที่หาได้ไม่บ่อยในวงการศัลยศาสตร์หัวใจ และสามารถนำมาใช้ประเมินความเสี่ยง วางแผนการรักษา และกำหนดลำดับขั้นตอนการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมตลอดช่วงชีวิต
ทั้งนี้ บริษัท Edwards Lifesciences ระบุว่า จะเดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนานวัตกรรมด้านโรคหัวใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับผลลัพธ์การรักษาและเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเข้าถึงการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



