‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ยื่นสมัครครบ 7 คน ‘ษัษฐรัมย์’ ชูป้องกันแชมป์-ลุยปฏิรูปกองทุน
วันนี้ (1 กรกฎาคม 2569) ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 เขตดินแดง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า 7 คน นำทีมโดย นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมในสัดส่วนผู้ประกันตน เดินทางไปยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน โดยสมาชิกทั้ง 7 คน ได้เบอร์ 41-47 ประกอบด้วย นายษัษฐรัมย์ เบอร์ 44, น.ส.พรทิพย์ โม่งใหญ่ เบอร์ 47, นายชลิต รัษฐปานะ เบอร์ 45, น.ส.นาริฐา โภไคยอนันต์ เบอร์ 43, นายเริงฤทธิ์ ละออกิจ เบอร์ 41, นายปรารถนา โพธิ์ดี เบอร์ 46 และ นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน เบอร์ 42

นายษัษฐรัมย์ กล่าวก่อนเข้ายื่นใบสมัครว่า วันนี้เป็นวันแรกของการรับสมัครเพื่อเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในครั้งนี้ ตั้งใจลงสมัครเพื่อป้องกันแชมป์จากปี 2566 โดยส่งฝั่งผู้ประกันตน 7 คน และฝั่งนายจ้างอีก 7 คน ซึ่งต้องการที่จะผลักดันการปฏิรูปประกันสังคม ไม่เอาปฏิทิน ทำ Zero Budgeting งบประมาณที่ไม่มีความจำเป็นกว่า 5,000 ล้านบาท ต้องมีการทบทวนใหม่ เพื่อเอาเงินนี้มาพัฒนาการลงทุนเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ประชาชน
“นี่คือสิ่งที่เราจะทำใน 2 ปีจากนี้ไป เป็นการลงเลือกตั้งที่มีความหมายที่สุดของพวกเรา เพราะจะเป็นการสานต่อสิ่งที่เราทำไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ลำพังเพียงแค่ 6 เสียง ไม่สามารถที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเต็มที่ ครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ทั้งหมด 14 ที่นั่ง 7 ที่นั่ง ฝั่งผู้ประกันตน และ 7 ที่นั่ง ฝั่งนายจ้าง เพื่อปฏิรูปประกันสังคม” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า สมาชิกที่มายื่นในวันนี้ จะเป็นฝั่งผู้ประกันตนทั้งหมด 7 คน ส่วนฝั่งนายจ้าง ให้เวลาในการจัดเตรียมเอกสารต่างๆ และจะเป็นการมาสมัครในภายหลัง เพราะบัญชีนายจ้างและบัญชีผู้ประกันตนเป็นคนละบัญชี ซึ่งครั้งนี้หวังว่าจะสามารถป้องกันแชมป์ฝั่งผู้ประกันตนได้และสามารถผลักดันให้เพื่อนๆ ฝั่งนายจ้างทีมประกันสังคมก้าวหน้ารวมกันเป็น 14 ที่นั่ง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
“คิดว่าหัวใจใหญ่ครั้งนี้ นอกจาก 3 คนจากบอร์ดชุดที่แล้ว คือ ผม และนายชลิต ซึ่งเป็นคนที่พยายามผลักดันเรื่องการโปร่งใสตรวจสอบได้ ผลักดันเรื่องการไลฟ์ ผลักดันการตรวจสอบงบประมาณ IT นายธนพงษ์ อดีตบอร์ดอีกหนึ่งท่าน เป็นคนที่ผลักดันประเด็นด้านสิทธิประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสูตร CARE และเงินเลี้ยงเด็ก” นายษัษฐรัมย์ กล่าว

นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า อีก 4 คน ที่เพิ่มเติมมา เช่น น.ส.พรทิพย์ ซึ่งเป็นตัวแทนของแรงงานสื่อ มีแรงงานสื่ออยู่มากกว่า 300,000 คนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนกระแสหลัก หรือสื่อใหม่ คนกลุ่มนี้ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ได้รับสวัสดิการที่ไม่คุ้มครอง ก็จะพยายามผลักดันให้ประกันสังคมเป็นข้อต่อสำคัญสำหรับแรงงานสื่อที่มีความไม่แน่นอนในชีวิต และ น.ส.นาริฐา มาจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เป็นคนที่ต่อสู้ผลักดันสิทธิการคุ้มครองสำหรับคนที่เรียกร้องเพื่อสิทธิของผู้อื่น ส่วน นายเริงฤทธิ์ จากสหภาพบาริสต้า พนักงานชงกาแฟแต่เป็นคนที่มีผลงานโดดเด่น ครั้งที่แล้ว เป็นคนที่ผลักดันสิทธิการผ่าฟันคุดของผู้ประกันตน และจะขยับขึ้นมาดูแลในส่วนของการเป็นบอร์ดชุดใหญ่ และนายปรารถนา เป็นตัวแทนของพนักงานราชการ ตัวแทนสำคัญของแรงงานภาครัฐนับล้านคน ที่อยู่ภายใต้ระบบการจ้างเพื่อผลักดันให้การคุ้มครองประกันสังคมมีความครอบคลุมมากขึ้น
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เชื่อว่า จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก ซึ่งตอนนี้ยังมีเวลาอยู่ 15 วัน ตัวเลขฝั่งผู้ประกันตนอยู่ที่ประมาณ 600,000 คน ครั้งที่แล้วอยู่ที่ 1 ล้านคน แต่ครั้งที่แล้วขาดการประชาสัมพันธ์ ทำให้คนมาใช้สิทธิเพียงแค่ 150,000 คน คาดการณ์ว่าจะมีการลงทะเบียนเยอะกว่าครั้งที่แล้ว ให้มากกว่า 1 ล้านคน และการประชาสัมพันธ์ที่ดี ถ้ามีคนมาใช้สิทธิมากกว่า 500,000 คน น่าจะสามารถสะท้อนเจตจำนงของการเลือกตั้งครั้งนี้ได้
“ย้ำประชาชนโดยทั่วไปเลือกตั้งวันที่ 27 กันยายนนี้ ถ้าเราไม่ลงทะเบียนภายในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ จะไม่มีสิทธิไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถ้ามีคนลงทะเบียนมากจะก่อให้เกิดการแข่งขันเชิงนโยบาย ถ้ามีการลงทะเบียนน้อย สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหา จะทำให้เกิดการจัดตั้งขึ้นมาได้” นายษัษฐรัมย์ กล่าวและว่า การประชาสัมพันธ์ของ สปส.ยังมีช่องว่างและมีปัญหา ฝากให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้มีความครบถ้วน ขณะเดียวกัน อยากฝากไปถึงประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รองจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เกี่ยวกับงบประมาณ 3 ล้านล้านบาท และผู้ประกันตนมากกว่า 10 ล้านคน เป็นการเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิมากกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หรือ นายก อบจ. ฉะนั้น ฝากไปถึงผู้ประกันตนและนายจ้าง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้ประกันสังคมกลับคืนสู่ความเป็นประกันสังคมของคนธรรมดาและทีมประกันสังคมก้าวหน้าต้องการที่จะฉายไฟเข้าไปในประกันสังคมและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพื่อล้างบางการทุจริตที่เคยมีมา

