การรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ยังคงเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการลดผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย ล่าสุด สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 กรมควบคุมโรค เทศบาลเมืองศิลา และภาคีเครือข่ายสุขภาวะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จัดแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “เก็บแต้มสุขภาพดี 90 วัน สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” เพื่อเชิญชวนประชาชนใช้ช่วงเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน
นายชัยณรงค์ คำแดง รองผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า การรณรงค์ปีนี้ดำเนินการพร้อมกันทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติและวันเข้าพรรษา โดยต้องการสื่อสารในเชิงบวกว่า “ทุกวันที่งดดื่ม คือการสะสมแต้มสุขภาพ” ซึ่งจะสะท้อนผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการนอนหลับดีขึ้น สุขภาพแข็งแรง อารมณ์แจ่มใส มีเงินเหลือเก็บ และมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น
นอกจากการงดดื่มแล้ว ยังชวนประชาชนร่วมทำกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัว เพราะทุกกิจกรรมล้วนเป็นการเพิ่ม “กำไรชีวิต” ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรค ลดอุบัติเหตุและความรุนแรงจากแอลกอฮอล์ ตลอดจนสร้างชุมชนที่ปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี
ข้อมูลการประเมินโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาปี 2567 โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ยังสะท้อนผลสำเร็จของการรณรงค์อย่างชัดเจน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 13.15 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 3 ล้านคน ในจำนวนนี้ 7.64 ล้านคน หรือร้อยละ 58.1 สามารถงดดื่มได้ตลอดช่วงเข้าพรรษา ขณะที่อีกร้อยละ 20.4 งดดื่มได้บางช่วง และร้อยละ 21.5 ลดปริมาณการดื่มลงได้ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละเกือบ 2,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 10,280 ล้านบาท สะท้อนว่าการงดเหล้าไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะด้านสุขภาพ แต่ยังลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงเป็นความท้าทายในหลายพื้นที่ โดย ดร.วันทนา กลางบุรัมย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 เปิดเผยว่า เขตสุขภาพที่ 7 มีอัตราการดื่มสูงถึง ร้อยละ 52.3 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ขณะที่จังหวัดขอนแก่นมีสัดส่วนผู้ดื่มสูงที่สุดถึง ร้อยละ 64.1 รองลงมาคือมหาสารคาม ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จึงร่วมขับเคลื่อนการรณรงค์ “เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้าเข้าพรรษา 2569” ตั้งเป้าชวนประชาชนในพื้นที่ลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าออนไลน์ 113,938 คน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม-26 ตุลาคม 2569 พร้อมเชื่อมโยงผู้ที่มีปัญหาการดื่มเข้าสู่ระบบบำบัดรักษา เพื่อช่วยลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์ทั้งต่อสุขภาพ ครอบครัว และสังคม
นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน กล่าวว่า ปีนี้เครือข่ายชุมชนใน 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน จำนวน 222 ชุมชน จะร่วมกันดำเนินกิจกรรมลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคู่กับการติดตามผลต่อเนื่องตั้งแต่ 3 เดือน จนถึง 3 ปี เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน โดยแต่ละพื้นที่ออกแบบกิจกรรมให้เหมาะกับบริบทของชุมชน ทั้งการออกกำลังกาย ส่งเสริมอาหารพื้นถิ่นและสมุนไพร สร้างพื้นที่ปลอดเหล้า และเปิดพื้นที่ให้คนทุกวัยเข้ามามีส่วนร่วม
อีกหนึ่งภาพสะท้อนของความสำเร็จ คือเรื่องราวของนายบุญมา เวียงสมุด แกนนำชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้าตำบลโคกสี จังหวัดสกลนคร ซึ่งเคยดื่มสุราเป็นประจำในงานบุญและเทศกาล ก่อนตัดสินใจงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษา จนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ ทั้งสุขภาพแข็งแรงขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และได้รับความไว้วางใจจากครอบครัว ปัจจุบันยังเป็นแกนนำขับเคลื่อนโครงการ “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” รวมถึงผลักดันงานศพปลอดเหล้าและปลอดการพนัน เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ
การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา 2569 จึงไม่ได้มุ่งเพียงให้ประชาชนงดดื่มตลอด 90 วันเท่านั้น แต่ยังต้องการเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งการถือศีลและทำบุญให้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยงจากแอลกอฮอล์ และต่อยอดสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชนทั่วประเทศ



