‘จุลพันธ์’ คุย ‘มะเดี่ยว’ ลุยยกเครื่องแรงงานบันเทิง เล็งคุมกองถ่ายไม่เกิน 12 ชม.-แก้ปัญหาเบี้ยวค่าจ้าง

3.07.26 | 13:59 น.

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ห้องอเนกประสงค์ 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงานกับเครือข่ายอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ ภายหลังการลงนามความร่วมมือรับรองหลักสูตรการอบรมวิชาชีพ ว่า กระทรวงแรงงานได้หารือร่วมกับสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย สมาคมนักแสดงแห่งประเทศไทย และเครือข่ายผู้ประกอบการด้านการผลิตสื่อมาอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าโครงสร้างการผลิตสื่อสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากการเข้ามาของแพลตฟอร์มและเงินลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้รูปแบบการจ้างงานมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับระบบการคุ้มครองแรงงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ประเด็นแรกที่จะเร่งดำเนินการคือการ อัพสกิลและรีสกิล บุคลากรในอุตสาหกรรม โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะจัดหลักสูตรฝึกอบรมพร้อมออกใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Certificate) ที่สามารถใช้ยืนยันทักษะได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานและยกระดับรายได้ของแรงงาน อีกประเด็นสำคัญคือการแก้ปัญหาชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน โดยยอมรับว่าปัจจุบันแรงงานในกองถ่ายจำนวนไม่น้อยต้องทำงานมากกว่า 16 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งนักแสดง ทีมงานกองถ่าย ช่างไฟ ช่างฉาก และแรงงานเบื้องหลังอื่น ๆ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

“กระทรวงจะตั้งคณะทำงานร่วมกับตัวแทนภาคอุตสาหกรรม เพื่อพิจารณาออกกฎกระทรวงหรือประกาศที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรฐานชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม เบื้องต้นมีแนวคิดให้อยู่ในกรอบประมาณ 12 ชั่วโมงต่อวัน แต่ต้องหารือร่วมกันและศึกษาผลกระทบต่อภาคการผลิตก่อน ยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการออกกฎหมาย” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า แม้แรงงานในอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์จำนวนมากจะเป็นแรงงานอิสระหรือฟรีแลนซ์ แต่กระทรวงแรงงานเห็นว่าทุกคนควรได้รับการคุ้มครองด้านสวัสดิภาพและสวัสดิการอย่างเหมาะสม พร้อมศึกษาการปรับปรุงระบบประกันสังคมให้รองรับแรงงานกลุ่มนี้มากขึ้น ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การคุ้มครองยามว่างงาน และการสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณ นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันให้บุคลากรในวงการมีความรู้เรื่องสัญญาจ้าง หลังพบปัญหาการรับงานโดยไม่มีสัญญาที่รัดกุม ส่งผลให้เกิดการผิดนัดชำระค่าจ้าง การหลอกลวง และข้อพิพาทจำนวนมาก โดยการเสวนาครั้งนี้จึงเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานและกฎหมายบันเทิงให้ความรู้เรื่องการทำสัญญา การเรียกร้องสิทธิ และช่องทางการคุ้มครองตามกฎหมาย

“แม้นักแสดงที่มีชื่อเสียงอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ยังมีนักแสดงตัวประกอบและแรงงานเบื้องหลังอีกจำนวนมากที่ยังขาดหลักประกันในการทำงาน จึงพร้อมสนับสนุนการผลักดันมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยทั้งระบบ” นายจุลพันธ์ กล่าว

Advertisement

ด้าน มะเดี่ยว นายชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย กล่าวว่า สมาคมได้รับเรื่องร้องเรียนจากแรงงานในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการถูกเบี้ยวค่าจ้าง การทำงานเกินเวลา และการไม่ทราบสิทธิของตนเองเมื่อถูกละเมิดสัญญา โดยเฉพาะแรงงานรายย่อยที่ถูกค้างค่าจ้างเพียงหลักหมื่นบาท แต่เป็นรายได้สำคัญในการดำรงชีวิต จึงเห็นว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานในวงการ