เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ทีม “เคลียร์ประกันสังคม” เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฝ่ายผู้ประกันตน พร้อมประกาศนโยบาย “พลิกโฉมประกันสังคม สู่หลักประกันชีวิตที่ดีกว่า” โดยเสนอให้ปฏิรูประบบประกันสังคมครั้งใหญ่ เพื่อให้ดูแลผู้ประกันตนได้ตลอดเส้นทางชีวิต ตั้งแต่ “เกิด-เจ็บ-แก่-ตาย” ควบคู่กับการยกระดับสิทธิประโยชน์ และผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมมีความเป็นอิสระจากระบบราชการ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารกองทุนและการให้บริการแก่ผู้ประกันตน
น.ส.ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์ ผู้สมัครหมายเลข 20 และหัวหน้าทีมเคลียร์ประกันสังคม กล่าวว่า ทีมประกอบด้วยผู้สมัคร 7 คน จากหลากหลายอาชีพ ทั้งนักกฎหมายแรงงาน บุคลากรทางการแพทย์ แรงงานโรงงาน พนักงานบริการ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และแรงงานอิสระ ซึ่งล้วนเป็นผู้ประกันตนที่มีประสบการณ์ตรงกับระบบประกันสังคม และเห็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
“ประกันสังคมต้องไม่เป็นเพียงกองทุนที่จ่ายสิทธิประโยชน์ แต่ต้องเป็นหลักประกันชีวิตที่ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตจนถึงบั้นปลายชีวิต เราจึงต้องการปฏิรูประบบทั้งด้านสิทธิประโยชน์ การบริหาร และรูปแบบองค์กร เพื่อให้ทันต่อโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลง” น.ส.ณสิกาญจน์กล่าว
ชูนโยบาย “เกิด” ยกเลิกสำรองจ่ายค่าคลอด
ทีมเคลียร์ประกันสังคมเสนอให้ยกเลิกการสำรองจ่ายค่าคลอดบุตร โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ระหว่างโรงพยาบาลและสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการคลอดบุตรได้ทันทีโดยไม่ต้องนำเงินมาสำรองจ่ายก่อน พร้อมผลักดันให้มีสิทธิเงินสงเคราะห์บุตรที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กตั้งแต่แรกเกิด
พัฒนา SSO Smart Care เพิ่มสิทธิรักษา-เงินฉุกเฉิน 2 หมื่นบาท
ด้านการรักษาพยาบาล ทีมเสนอพัฒนาแอปพลิเคชั่น SSO Smart Care ให้เป็นศูนย์กลางบริการของผู้ประกันตน ทั้งการตรวจสอบสิทธิ แจ้งเตือนสิทธิประโยชน์ และใช้เป็นบัตรวงเงินสำรองฉุกเฉิน (OD) จำนวน 20,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและเพิ่มความคล่องตัวในการเข้ารับบริการ พร้อมกันนี้จะผลักดันระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินสีเหลืองและสีแดงให้ไร้รอยต่อ เชื่อมโยงการรักษาระหว่างโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มสิทธิรักษาโรคเฉพาะทาง เช่น โรคไต ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด และกลุ่มเปราะบาง ขณะเดียวกันจะปรับสิทธิทำฟันให้สามารถสะสมวงเงินคงเหลือเพื่อใช้ในปีถัดไปได้ แทนการตัดสิทธิเมื่อสิ้นปีเหมือนปัจจุบัน
ปฏิรูปบำนาญ CARE-UP แก้ปัญหาเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ
สำหรับผู้สูงอายุ ทีมเสนอปฏิรูปสูตรคำนวณบำนาญภายใต้แนวคิด CARE-UP เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับเงินบำนาญเพียงพอต่อการดำรงชีวิตในระยะยาว พร้อมผลักดันให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบครบ 15 ปี ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบรายเดือนอีกต่อไป แต่ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแนวคิดจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ลดขั้นตอนจ่ายเงินทายาท
ด้านสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิต ทีมเสนอปรับปรุงกระบวนการอนุมัติและการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่ทายาทให้รวดเร็ว โปร่งใส และลดภาระการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
เพิ่มสิทธิ LGBTQ+ ดันกู้บ้าน-สหกรณ์แก้หนี้
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ การเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน โดยเสนอจัดตั้ง คลินิกฮอร์โมนปลอดภัย ให้ครอบคลุมผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) พร้อมผลักดันสิทธิพิเศษกู้ซื้อบ้านผ่านความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดตั้งสหกรณ์ช่วยแก้หนี้นอกระบบ สนับสนุนการแจกผ้าอนามัยแก่ผู้ประกันตนหญิง รวมถึงเสนอ “หวยประกันสังคม” เพื่อสร้างรายได้กลับเข้าสู่กองทุนและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนให้ผู้ประกันตน
ดัน สปส.ออกนอกระบบราชการ
ด้านการบริหารกองทุน ทีมเคลียร์ประกันสังคมเสนอปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ ไม่อยู่ภายใต้ระบบราชการ เพื่อให้สามารถบริหารงานโดยคณะกรรมการและทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตัดสินใจได้รวดเร็วมากขึ้น พร้อมเสนอหารายได้ใหม่เข้าสู่กองทุน เช่น การพัฒนารูปแบบประกันสังคมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กองทุนในระยะยาว
ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมประกอบด้วยผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ได้แก่ หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และหมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี โดยเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569



