สธ.ชู รพ.บางบ่อ แห่งแรกขาย ‘คาร์บอนเครดิต’ จับมือ 4 องค์กรขับเคลื่อน Net Zero 

6.07.26 | 15:15 น.

สธ.ชู รพ.บางบ่อ แห่งแรกขาย ‘คาร์บอนเครดิต’ จับมือ 4 องค์กรขับเคลื่อน Net Zero 

วันนี้ (6 กรกฎาคม 2569) ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบายการประชุมสัมมนา Healthcare Leadership Toward Net Zero MOPH พร้อมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สธ. โดย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. กับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ 1.นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ อบก. ในการขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero MOPH สู่โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน 2.นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในการขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero MOPH ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 3.นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTT OR ในโครงการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อมุ่งสู่ “ระบบสุขภาพคาร์บอนต่ำ” และ 4.นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในโครงการด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมในการรณรงค์ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำและนำมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน

นายพัฒนา กล่าวว่า ปัจจุบันวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นความท้าทายสำคัญของโลก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยภาคสาธารณสุขทั่วโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง ร้อยละ 5.2 ขณะที่ไทยมีความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วสูงเป็นอันดับ 17 ของโลก โดยปีที่ผ่านมา ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์จากภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมและพายุ สูงถึง 292 ล้านบาท หากไม่ปรับตัวจะยิ่งเพิ่มคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) และย้อนกลับมาทำให้คนป่วยมากขึ้น สธ.ในฐานะหน่วยงานหลักด้านสุขภาพ จึงต้องเป็นผู้นำขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบริการสุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบของระบบสุขภาพคาร์บอนต่ำ ภายใต้นโยบาย Net Zero MOPH ซึ่งสอดรับนโยบายของรัฐบาล และเป็นกระทรวงแรกที่เปิดตัวและให้ความสำคัญเรื่อง Net Zero โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนร้อยละ 25 ภายในปี 2573 ร้อยละ 50 ภายในปี 2578 และเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

Advertisement

นพ.พัฒนา กล่าวว่า โดยมีมาตรการสำคัญ 6 ด้าน 1.Green & Smart Energy ใช้พลังงานสะอาดโดยติดตั้ง Solar Rooftop 100% ทุกอาคารที่มีศักยภาพ และใช้ AI บริหารพลังงาน 2.Green Mobility ส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และลดการเดินทางด้วยบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) 3.Green Operations ห้องผ่าตัดสีเขียว ลดการใช้ก๊าซดมยาที่ทำลายชั้นบรรยากาศ 4.Waste Management จัดการขยะอย่างถูกต้องตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง 5.Green Canteen ส่งเสริมจัดหาอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืนจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น เพื่อลดการปล่อยก๊าซจากการขนส่ง รวมทั้งจำกัดภาชนะพลาสติก และ 6.Reforestation เพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในพื้นที่ว่างเพื่อดูดซับคาร์บอน เช่น ตะเคียนทอง ยางนา เป็นต้น

“ที่ผ่านมา เราดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Solar Rooftop มีการติดตั้งแล้ว 1,683 แห่ง หรือกว่าร้อยละ 90 ของหน่วยบริการ รวมทั้งสิ้นประมาณ 130 เมกะวัตต์ ช่วยประหยัดค่าไฟ 687 ล้านบาทต่อปี ลดคาร์บอนได้กว่า 88,000 ตันคาร์บอนต่อปี และยังมีพื้นที่หลังคาว่างพร้อมติดตั้งอีกไม่น้อยกว่า 8 แสนตารางเมตร ที่จะเร่งติดตั้งให้ครอบคลุม ซึ่งจะช่วยประหยัดไฟเพิ่มเป็นหลักพันล้านบาทต่อปี และลดคาร์บอนได้ถึง 200,000 ตันคาร์บอนต่อปี พร้อมตั้งเป้าให้โรงพยาบาล (รพ.) 100 แห่ง ได้รับใบรับรองคาร์บอนเครดิต (T-VER) ภายในปี 2569 เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ รพ.โดย รพ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นแห่งแรกที่ได้รับรอง และกำลังจะขายคาร์บอนเครดิต” นายพัฒนา กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า สธ.ยังพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนมาตรการทั้ง 6 ด้าน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และบรรลุเป้าหมายตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งล่าสุด ทางธนาคารโลกได้ให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการด้วย ส่วนในวันนี้เป็นการลงนาม MOU เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero MOPH กับ 4 หน่วยงาน ครอบคลุมการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน การประยุกต์ใช้นวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การใช้พลังงานสะอาด ตลอดจนการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ซึ่งการที่ สธ.มี รพ.ในสังกัดอยู่ทั่วประเทศจำนวนมาก หากทำได้ก็จะยิ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้มาก และเชื่อมั่นว่าหากร่วมมือกันอย่างจริงจัง เป้าหมาย Net Zero MOPH จะไม่ใช่เพียงวิสัยทัศน์ แต่จะเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง และเป็นมรดกด้านสิ่งแวดล้อมที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

ด้าน นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ อบก. เป็นการปรับโฉมโรงพยาบาลและหน่วยงานในสังกัด สธ.ทั่วประเทศ ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงส่งเสริมให้เข้าสู่กระบวนการรับรองและขึ้นทะเบียน T-VER ส่วนความร่วมมือกับปูนซิเมนต์ไทยหรือ SCG จะคัดเลือกโรงพยาบาลนำร่องพัฒนาระบบการจัดการของเสียด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีการสนับสนุนเทคโนโลยี นวัตกรรม และดิจิทัลแพลตฟอร์มการจัดการขยะ การคำนวณ Carbon Footprint เพื่อบริหารจัดการข้อมูลการคัดแยก จัดเก็บ และติดตามปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกในระบบสถานพยาบาล การนำของเสียที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ มีค่าความร้อนและไม่เข้าข่ายขยะติดเชื้อ ไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนในกระบวนการผลิตปูนซิเมนต์ รวมถึงประเมินและวางระบบโลจิสติกส์และจุดรับขยะให้สอดคล้องกับโครงสร้างและข้อจำกัดของพื้นที่ในแต่ละสถานพยาบาล ขณะที่ ความร่วมมือกับ PTT OR จะนำความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม และ AI มาใช้ออกแบบระบบ นำเสนอเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบด้านการให้บริการพลังงาน ระบบบำบัดน้ำเสีย แพลตฟอร์มการบริหารจัดการคาร์บอน และความร่วมมือกับบางจาก จะสนับสนุนองค์ความรู้ในการออกแบบบริหารจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วของหน่วยงานและสถานพยาบาลในสังกัดอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน