วันช็อกโกแลตโลก 7 กรกฎาคม กินช็อกโกแลตทุกวันได้ไหม? เปิดข้อดี-ข้อเสีย ปริมาณที่ควรกิน พร้อม 5 ความเชื่อที่หลายคนเข้าใจผิด

7.07.26 | 10:22 น.

วันช็อกโกแลตโลก 7 กรกฎาคม กินช็อกโกแลตทุกวันได้ไหม? เปิดข้อดี-ข้อเสีย ปริมาณที่ควรกิน พร้อม 5 ความเชื่อที่หลายคนเข้าใจผิด

วันที่ 7 กรกฎาคมของทุกปี ตรงกับ วันช็อกโกแลตโลก (World Chocolate Day) ซึ่งถือเป็นวันที่คนรักช็อกโกแลตทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองขนมหวานยอดนิยมที่ทำจากเมล็ดโกโก้ แม้หลายคนจะมองว่าช็อกโกแลตเป็นของหวานที่ควรหลีกเลี่ยง แต่ในความเป็นจริง หากเลือกชนิดที่เหมาะสมและรับประทานในปริมาณพอดี ช็อกโกแลตก็มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับช็อกโกแลตอยู่ไม่น้อย ทั้งเรื่องการทำให้อ้วน การเกิดสิว หรือการเลือกรับประทานดาร์กช็อกโกแลตที่ยิ่งเปอร์เซ็นต์โกโก้สูงยิ่งดี

จากข้อมูลของ กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริโภคช็อกโกแลต พร้อมแนะนำวิธีเลือกรับประทานให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

ข้อดีของการกินช็อกโกแลต

กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ ระบุว่า ดาร์กช็อกโกแลต ที่มีโกโก้ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป มีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด และอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน นอกจากนี้ยังอุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญ ได้แก่ ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และสังกะสี รวมทั้งมีน้ำตาลน้อยกว่าช็อกโกแลตนม

ข้อเสียของการกินช็อกโกแลต

แม้ดาร์กช็อกโกแลตจะมีประโยชน์ แต่ช็อกโกแลตทุกชนิดยังคงเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง โดยเฉพาะช็อกโกแลตนม ไวท์ช็อกโกแลต หรือช็อกโกแลตที่มีไส้คาราเมล ครีม และถั่วเคลือบน้ำตาล ซึ่งมักมีไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลในปริมาณสูง หากรับประทานมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

Advertisement

ในบางราย ช็อกโกแลตอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ แต่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง โดยปัจจัยสำคัญคือปริมาณน้ำตาลและไขมัน รวมถึงฮอร์โมน ความเครียด และพันธุกรรม

5 ความเชื่อผิดเกี่ยวกับช็อกโกแลต

ยิ่งดาร์กช็อกโกแลตเปอร์เซ็นต์สูง ยิ่งดีเสมอ — ไม่จริงทั้งหมด ควรเลือกเปอร์เซ็นต์ที่รับประทานได้ต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้อง 99% เสมอไป
ช็อกโกแลตทำให้เป็นสิวทุกคน — ไม่จริง เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในบางคน
ไวท์ช็อกโกแลตมีประโยชน์เหมือนดาร์กช็อกโกแลต — ไม่จริง เพราะแทบไม่มีสารฟลาโวนอยด์
กินช็อกโกแลตก่อนนอนทำให้นอนไม่หลับเสมอ — ไม่จริง คาเฟอีนในช็อกโกแลตต่ำกว่ากาแฟมาก
คนลดน้ำหนักห้ามกินช็อกโกแลต — ไม่จริง หากเลือกดาร์กช็อกโกแลตและควบคุมปริมาณ

กินวันละเท่าไรจึงเหมาะสม

แม้กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพจะไม่ได้กำหนดปริมาณการบริโภคช็อกโกแลตต่อวันไว้โดยตรง แต่คำแนะนำจากองค์กรด้านสุขภาพระดับนานาชาติ เช่น Cleveland Clinic ระบุว่า การรับประทานดาร์กช็อกโกแลตประมาณ 20-30 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 2-3 ชิ้นเล็ก ถือว่าเพียงพอที่จะได้รับสารสำคัญจากโกโก้ โดยไม่ทำให้ได้รับพลังงานและน้ำตาลมากเกินไป

คนไทยยังกินน้ำตาลเกินเกณฑ์

แม้ช็อกโกแลตจะมีประโยชน์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ “น้ำตาล”

ข้อมูลของ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยประมาณ 25 ช้อนชาต่อคนต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้บริโภคน้ำตาลอิสระไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ หรือคิดเป็นประมาณ 24 กรัมต่อวัน

การได้รับน้ำตาลมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทำให้กรมอนามัยรณรงค์ “หวานปกติ = หวาน 50%” เพื่อปรับพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลของคนไทย

วันช็อกโกแลตโลกปีนี้ อาจเป็นโอกาสดีที่จะเปลี่ยนมุมมองต่อช็อกโกแลต จากของหวานที่หลายคนหลีกเลี่ยง มาเป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้อย่างเหมาะสม หากเลือกดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง และควบคุมปริมาณไม่ให้ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็นของร่างกาย เพราะสุดท้ายแล้ว “กินพอดี” ยังคงเป็นหลักสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี

ข้อมูลอ้างอิง

กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (ข้อมูลการบริโภคน้ำตาลของคนไทย)
องค์การอนามัยโลก (WHO) คำแนะนำการบริโภคน้ำตาล
Cleveland Clinic (คำแนะนำปริมาณดาร์กช็อกโกแลตที่เหมาะสม)