สธ.ลุย’ระบบสุขภาพปฐมภูมิ’ ดูแลคนไทยทุกช่วงวัย สร้างต้นแบบ 97 เครือข่ายขยายผลทั่วปท.
วันนี้ (8 กรกฎาคม 2569) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) จ.นนทบุรี ว่า นโยบาย “สุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ” เป็น 1 ใน 7 นโยบายสำคัญของ สธ. ในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุม มีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิตในทุกมิติ โดยมี 4 จุดเน้นสำคัญ ได้แก่ Strong Health ยกระดับการดูแลสุขภาพ ให้ทุกคนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง, Next Gen Primary Care พัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิอัจฉริยะ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพประชาชนอย่างไร้รอยต่อ, Prevention & Seamless Care ป้องกันและลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เสริมสร้างศักยภาพการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และ Caring Society ดูแลสุขภาพจิตเชิงรุก พัฒนาระบบบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดครอบคลุมทุกอำเภอ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง

นายพัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การปรับปรุงร่างเอกสารแนบท้ายประกาศ เรื่อง บริการสุขภาพปฐมภูมิที่บุคคลมีสิทธิได้รับ โดยปรับลดบริการสุขภาพจาก 202 รายการ เหลือ 118 รายการ ซึ่งเป็นการปรับรวมเป็นชุดบริการเพื่อความสอดคล้องกับระบบสุขภาพปัจจุบัน แต่ไม่ได้ลดสิทธิของประชาชน และเพิ่มเติมบริการที่สอดคล้องกับองค์ความรู้ทางการแพทย์และมาตรฐานการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน 2.การปรับปรุงร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ.2562 โดยเพิ่มเติมตำแหน่ง “นักสาธารณสุข” ให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย และ 3.มอบหมายกองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิดำเนินการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน ขั้นตอน หลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการตรวจประเมินการขึ้นทะเบียนสัญญาหรือข้อตกลงในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิของหน่วยบริการนวัตกรรมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อเสนอปลัด สธ.ประกาศกำหนดต้อไป โดยยังคงหลักการสำคัญของระบบสุขภาพปฐมภูมิ ได้แก่ การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ และระบบการส่งต่อบริการที่เหมาะสม

ด้าน นพ.อภิสรรค์ บุญประดับ ผู้อำนวยการกองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กล่าวว่า ได้รายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิที่สำคัญ อาทิ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิระดับจังหวัด อยู่ระหว่างการนำเสนอคำสั่งเพื่อส่งให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระดับจังหวัด, การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สธ.กับ มท. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถานีอนามัย (สอน.) เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ถ่ายโอนไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้งนี้ เรื่องการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ ได้มีข้อเสนอให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บูรณาการงบที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพปฐมภูมิและกองทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีการบริหารจัดการในระดับจังหวัด รวมถึงเสนอให้กองทุนประกันสังคม และกรมบัญชีกลาง พิจารณาสนับสนุนงบในการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิให้กับประชาชนที่มีสิทธิ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 16 พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ

“ส่วนความคืบหน้าการขับเคลื่อน 1 จังหวัด 1 เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิต้นแบบ ซึ่งมุ่งเน้นพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีผลการดำเนินงานโดดเด่น จำนวน 97 เครือข่าย ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพัฒนาระบบบริการต้นแบบ ซึ่งมีการดำเนินกิจกรรมสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ 1.การจัดทำทะเบียนรายชื่อประชาชนในพื้นที่ทุกสิทธิ์การรักษา เพื่อจัดให้มีแพทย์ที่ปรึกษาสุขภาพประจำตัว 2.การจัดทำช่องทางปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว 3.การจัดทำแผนดูแลสุขภาพรายบุคคคล เน้นกลุ่มเสี่ยง NCDs และ 4.การเยี่ยมบ้านและดูแลต่อเนื่องแบบองค์รวม โดยจะมีการประเมินผลและถอดบทเรียน เพื่อนำไปพัฒนาแนวทางการขยายผลในปีต่อไป” นพ.อภิสรรค์ กล่าว



