สปสช.ห่วงคนรุ่นใหม่เสี่ยงติด ‘พยาธิใบไม้ตับ’ แนะบัตรทองตรวจคัดกรอง ไม่เสียค่าใช้จ่าย

8.07.26 | 17:21 น.

สปสช.ห่วงคนรุ่นใหม่เสี่ยงติด ‘พยาธิใบไม้ตับ’ แนะบัตรทองตรวจคัดกรอง ไม่เสียค่าใช้จ่าย

วันนี้ (8 กรกฏาคม 2569) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า จากกรณีมีรายงานการตรวจคัดกรองสุขภาพก่อนเปิดภาคเรียนในกลุ่มนักศึกษาใหม่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลจากสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ที่สะท้อนว่า คนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z มีแนวโน้มติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญจากพฤติกรรมรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาส้ม ปลาร้าดิบ หรืออาหารที่ผ่านความร้อนไม่เพียงพอ

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะโรคพยาธิใบไม้ตับไม่ใช่โรคของคนรุ่นก่อนหรือผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ยังคงกินอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ เป็นประจำ แม้จะรู้สึกแข็งแรง ไม่มีอาการผิดปกติ ก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยจากการติดเชื้อ สิ่งที่น่ากังวลคือ พยาธิใบไม้ตับมักเป็น “ภัยเงียบ” ในระยะแรก ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ จึงไม่รู้ว่าตนเองกำลังมีความเสี่ยงอยู่ในร่างกาย แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจและรักษา หรือยังกลับไปกินดิบซ้ำๆ จะเพิ่มโอกาสเกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี และนำไปสู่ความเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว ซึ่งเป็นโรคที่มักตรวจพบเมื่อมีอาการมากหรืออยู่ในระยะลุกลามแล้ว

Advertisement

“การไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าไม่มีโรค และการรอให้ป่วยก่อนค่อยมาตรวจ อาจทำให้เสียโอกาสสำคัญในการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะผู้ที่เคยกินปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เคยติดเชื้อ หรือเคยกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ตับมาก่อน ควรออกมาตรวจคัดกรองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง” ทพ.อรรถพร กล่าว

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ด้วยความตระหนักต่อภัยสุขภาพดังกล่าว ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท จึงมีรายการสิทธิประโยชน์ “ชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับด้วยปัสสาวะชนิดเร็ว” หรือ OV-RDT เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงการตรวจได้สะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยชุดตรวจดังกล่าวเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาโดย สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้รับการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้ว

“ทั้งนี้ จากรายงานในระบบ ณ เดือนพฤษภาคม 2569 ข้อมูลบริการในปีงบประมาณ 2568 มีประชาชนรับบริการชุดตรวจ OV-RDT จำนวน 129,522 คน และปีงบประมาณ 2569 ช่วง 8 เดือน มีประชาชนรับบริการ 143,127 คน ซึ่งที่ผ่านมา สปสช. ได้ขับเคลื่อนบริการเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด” ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า สำหรับประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายบริการ ได้แก่ คนไทยทุกสิทธิการรักษา อายุ 15 ปีขึ้นไป ที่มีประวัติเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ เคยติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ เคยกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ตับ หรือเคยรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุกๆ ดิบๆ สามารถรับชุดตรวจได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่หน่วยบริการที่เข้าร่วม เช่น ร้านยาที่เข้าร่วมให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น และคลินิกเทคนิคการแพทย์ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยบริการและจองคิวรับบริการได้ผ่านแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมนู “กระเป๋าสุขภาพ” เลือก “สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค” หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 พร้อมนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนเมื่อเข้ารับบริการ

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับชุดตรวจ OV-RDT เป็นการตรวจจากตัวอย่างปัสสาวะ ใช้เวลารอผลประมาณ 5-10 นาที หากผลตรวจเป็นบวก หรือพบว่ามีการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ควรเข้าสู่ระบบบริการเพื่อรับการรักษาและคำแนะนำจากบุคลากรสาธารณสุข ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจได้รับยาไม่เหมาะสม และเสียโอกาสในการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ที่รับชุดตรวจ OV-RDT จากร้านยาและคลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น หากตรวจพบเชื้อจะได้รับการจ่ายยารักษาตามแนวทางที่กำหนด ส่วนผู้ที่รับบริการจากคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นหรือคลินิกเทคนิคการแพทย์ จะได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการรักษาต่อที่หน่วยบริการเครือข่าย นอกจากนี้ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้อง น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมทันที

“การเข้ารับการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ หากผลตรวจพบเชื้อ ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ติดเชื้อทุกคนจะเป็นมะเร็งท่อน้ำดี หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก สามารถรักษาและกำจัดพยาธิได้ด้วยการรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข จุดสำคัญคือ ต้องรู้ให้เร็วว่าตนเองมีเชื้อพยาธิใบไม้ตับหรือไม่ ซึ่งชุดตรวจ OV-RDT เป็นการตรวจที่ทำได้ง่าย จึงขอเชิญชวนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือมีประวัติกินปลาน้ำจืดดิบ สุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากปลาที่ปรุงไม่สุกเป็นประจำ เข้ารับการตรวจคัดกรอง เพื่อเข้าสู่การดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที” ทพ.อรรถพร กล่าว