สปส.แจงงบประชาสัมพันธ์เลือกตั้งบอร์ดฯ เพียง 35 ล้านบาท ชี้เพิ่งได้งบกลางปี เร่งเดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุก
ความคืบหน้ากรณีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้างเป็นกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ที่กำลังถูกจับตามองทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน การประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล รวมถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับงบประชาสัมพันธ์มูลค่า 35 ล้านบาท ขณะที่ยอดผู้ลงทะเบียนยังต่ำกว่าเป้าหมาย และมีเสียงสะท้อนจากฝั่งนายจ้างว่าขั้นตอนการยื่นเอกสารยังมีความยุ่งยากนั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงประเด็นการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม กรณีความยุ่งยากในด้านต่างๆ ว่า ขณะนี้สปส.พยายามช่วยอำนวยความสะดวก แต่เนื่องจากว่าเป็นระเบียบของกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่มีการออกประกาศเมื่อปี 2564 เกี่ยวกับเรื่องเอกสารที่ต้องใช้ และในเรื่องของตัวข้อมูลเองที่เชื่อมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพานิชย์ (พณ.) ก็สามารถดูได้ แต่ สปส.อยากได้เอกสารรับรองล่าสุด เพราะบางครั้งเป็นข้อมูลส่วนบุคคล สปส.จะดูได้บางส่วน ไม่สามารถดูได้ทั้งหมด
“ฉะนั้น ตรงนี้จึงต้องใช้ตัวหนังสือรับรองของนายจ้าง กับหนังสือมอบหมาย ที่ สปส.ต้องใช้ เนื่องจากพอจดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว กรรมการอาจมากกว่า 1 คน แต่ในบรรดากรรมการทั้งหมด อาจจะมีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามไม่กี่คนเท่านั้น เพราะฉะนั้น การที่เป็นตัวแทนนิติบุคคล กรรมการต้องมอบหมายมา เพื่อให้บุคคลนั้นเป็นตัวแทนของนิติบุคคลในการมาลงทะเบียน หรือจะมาสมัครเป็นตัวแทนฝั่งนายจ้าง แต่ว่าทางสปส.ก็พยายามดูเหมือนกัน ว่า เราจะอำนวยความสะดวกให้กับนายจ้างได้อย่างไร” นางนิยดา กล่าวและว่า ในส่วนของตัวเลขผู้ประกันตนที่มาเปลี่ยนแปลงข้อมูลหน่วยเลือกตั้ง เดี๋ยวต้องเช็กข้อมูลก่อน เพราะยังไม่ได้รับรายงาน แต่คิดว่าไม่มาก ยังไม่สามารถบอกจำนวนได้
นางนิยดา กล่าวว่า ในส่วนของการประชาสัมพันธ์นั้น ขณะนี้ สปส.ก็รณรงค์อยู่ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ก็ออกไปเดินรณรงค์เชิงรุก ซึ่งมีการแบ่งขนาดขอจังหวัดขนาดใหญ่ก่อน
“ต้องชี้แจงในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ว่า เนื่องจากงบประชาสัมพันธ์เลือกตั้งแยกจากงบประชาสัมพันธ์ปกติ ซึ่งทางบอร์ดประกันสังคมเองก็อนุมัติงบมากลางปี ไม่ได้อนุมัติงบมาตั้งแต่ต้นปีเหมือนงบประชาสัมพันธ์ปกติ แต่ก่อนที่เราจะได้งบมา เราก็พยายามจะมีการประชาสัมพันธ์มาโดยตลอด พอได้งบประชาสัมพันธ์เลือกตั้งแล้ว ต้องพยายามใช้ตามระเบียบ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะฉะนั้น ตรงเชิงรุก เราก็เพิ่งได้ผู้ชนะราคาและได้ลงนามสัญญากันเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากลงนามสัญญา เราก็รีบดำเนินการประชาสัมพันธ์เลย” นางนิยดา กล่าว
รองเลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ทำให้เมื่นวันที่ 8 กรกฎาคม มียอดผู้เข้าลงทะเบียนเพิ่มขึ้นมากกว่าวันที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นประมาณ 58,000 ราย และ สปส.จะมีประชาสัมพันธ์เชิงรุกต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนในช่วงสัปดาห์โค้งสุดท้ายก่อนปิดลงทะเบียน จะมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่ และจะไปประชาสัมพันธ์เชิงรุกอีกครั้งใกล้ๆ กับวันที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะต้องไปรณรงค์ว่า คนที่ลงทะเบียนไว้แล้ว อย่าลืมไปใช้สิทธิ
นางนิยดา กล่าวว่า ส่วนของเรื่องงบประมาณประชาสัมพันธ์ ปกติซึ่งมีแผนอยู่แล้วว่าจะต้องใช้ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ พวกสิทธิประโยชน์ทั่วไป
“แต่ก่อนที่จะได้รับงบในส่วนของการประชาสัมพันธ์เฉพาะเรื่องเลือกตั้ง ซึ่งจะอยู่ในโครงการใหญ่ของงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง จำนวนประมาณ 275 ล้านบาท งบส่วนนี้จะมีส่วนของประชาสัมพันธ์เพียง 35 ล้านบาทเท่านั้น แบ่งเป็น การประชาสัมพันธ์เชิงรุก ที่เริ่มดำเนินการไปแล้วหลังจากที่ลงนามสัญญาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และการเดินรณรงค์ในสถานประกอบการหรือในพื้นที่ที่มีผู้ประกันตนค่อนข้างมาก และกระจายไปในส่วนของจังหวัดด้วย รวมถึงการทำป้ายดิจิทัลต่างๆ ตามสถานีรถไฟฟ้า และในเมืองใหญ่ ทุกจังหวัดที่มีป้ายดิจิทัล สปส.จะลงทั้งหมด และอีกส่วนหนึ่ง เอาไว้ทำในเรื่องของสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ ซึ่งตรงนี้ลงนามสัญญาไปแล้วเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ จะไว้สำหรับทำเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร ซึ่งมีการวางแผนไว้ว่าจะเป็นทั้งอีบุ๊ก ดิจิทัล และจะต้องทำเอกสารประชาสัมพันธ์ที่จะต้องไปแปะแต่ละสำนักงานและในแต่ละคูหาในวันเลือกตั้งด้วย” นางนิยดา กล่าว
รองเลขาธิการ สปส. กล่าวอีกว่า ทั้งหมดนี้ ใช้งบประชาสัมพันธ์ที่ได้มาเฉพาะของเรื่องการเลือกตั้งจริง ไม่ใช่ว่า สปส.ได้งบประชาสัมพันธ์มา 300 กว่าล้านบาท สำหรับเรื่องเลือกตั้งอย่างเดียว
“เรื่องงบเลือกตั้งที่ประชาสัมพันธ์ช้านั้น เวลาจะประชาสัมพันธ์เต็มรูปแบบได้ ต้องทราบกำหนดเวลา วันเลือกตั้ง ทราบไทม์ไลน์การเลือกตั้งต่างๆ สปส.ได้เตรียมการและเกลี่ยงบปกติบางส่วนมาดำเนินการก่อน แต่ถ้าจะประชาสัมพันธ์แบบจริงจังได้ ก็ต้องรอประกาศคณะกรรมการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่องที่จะให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและก็ผู้แทนฝ่ายประกันตน ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เพื่อที่จะกำหนดว่าวันที่ 27 กันยายน 2569 เป็นวันเลือกตั้ง และกำหนดระยะเวลาการลงทะเบียน หลังจากนั้น สปส.จะเริ่มดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ตามไทม์ไลน์ที่ชัดเจนได้” นางนิยดา กล่าว
นางนิยดา ยังกล่าวถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างว่า งบประชาสัมพันธ์ที่ได้มาตามโครงการเลือกตั้ง ต้องดำเนินการหลังจากที่มีการประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง และระยะเวลาก่อนการลงทะเบียน
“ก่อนหน้านี้ สปส.ก็พยายามเกลี่ยงบปกติมาใช้ และใช้สื่อที่ไม่ต้องเสียเงินตามช่องทางของ สปส.ประชาสัมพันธ์ไปก่อน เพราะด้วยความที่เป็นระบบราชการ ต้องใช้เวลาดำเนินการเอกสารนานพอสมควร ซึ่งพยายามเร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว” นางนิยดา กล่าวและว่า ในการลงทะเบียนใช้สิทธิ ผู้ประกันตนสามารถลงได้ 3 ช่องทาง คือ ในเว็บไซต์, แอพพลิเคชัน และสำนักงานประกันสังคม แต่ของนายจ้างสามารถลงได้แค่ 2 ช่องทาง คือ ผ่านผ่านเว็บไซต์ ระบบ E-Service และสำนักงานประกันสังคม ซึ่งถ้าเทียบกับเมื่อเลือกตั้งครั้งที่แล้ว นายจ้างต้องเดินทางไปที่สำนักงานอย่างเดียว แต่ครั้งนี้ สปส.อำนวยความสะดวกโดยผ่านระบบ E-Service ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ได้ แต่ที่มีปัญหาอุปสรรค พยายามดูและพยายามแนะนำว่า ควรจะต้องทำอย่างไร
นางนิยดา กล่าวว่า ส่วนในอนาคต เมื่อบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาบริหารแล้ว อาจจะต้องถอดบทเรียนของการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งนี้ เพื่อปรับปรุงการทำงานต่อไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบอร์ดอีกครั้ง
“สุดท้ายเหตุที่ สปส.จะต้องให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้า เนื่องจาก อยากให้ผู้ประกันตนสามารถที่จะเลือกพื้นที่ที่สะดวกไปใช้สิทธิได้ ถ้าไม่มีการลงทะเบียนล่วงหน้าเลย เราไม่สามารถจัดหน่วยได้สอดคล้องกับความต้องการ และไม่เบียดเสียด จะได้ไม่มีปัญหาตามมา ที่สำคัญ คือ ถ้า สปส.บอกให้ไปใช้สิทธิเหมือนเลือกตั้งทั่วไป ที่ต้องไปตามทะเบียนบ้าน แต่กำลังแรงงานของเรา ลูกจ้างส่วนมากไม่ได้ทำงานในพื้นที่จังหวัดของบ้านตัวเองมาก เพราะฉะนั้น การที่ให้ลงทะเบียนใช้สิทธิ เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกพื้นที่ที่สะดวกในการไปใช้สิทธิได้ และใน 6 วันสุดท้ายนี้ ท่านใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ก็เชิญชวนไม่ว่าจะเป็นผู้ประกันตนหรือนายจ้าง ให้ลงทะเบียนใช้สิทธิ ฝั่งนายจ้างถ้าเกิดว่ามีข้อสงสัยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเอกสารที่ต้องยื่น สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-956-2929 เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ แต่ขอให้เป็นในเวลาราชการ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยรับสายและให้คำปรึกษา” นางนิยดา กล่าว

