ครีเอเตอร์ 3 ล้านคนขอเข้าระบบแรงงาน ปลดล็อกฟรีแลนซ์ยุคใหม่-มีสวัสดิการหนุนหลัง

10.07.26 | 10:05 น.

ครีเอเตอร์ 3 ล้านคนขอเข้าระบบแรงงาน ปลดล็อกฟรีแลนซ์ยุคใหม่-มีสวัสดิการหนุนหลัง

ในช่วงที่กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างผลักดันกฎหมายเพื่อรองรับแรงงานแพลตฟอร์ม ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มไรเดอร์ คนขับรถรับส่งผู้โดยสาร และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ทำงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ล่าสุด อีกหนึ่งกลุ่มอาชีพที่เริ่มขยับตัวเรียกร้องให้ภาครัฐหันมายอมรับ คือ “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” หลังสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association : TCCA) เตรียมเข้าหารือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อผลักดันให้คนทำคอนเทนต์ได้รับการรับรองเป็นอาชีพ และได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับแรงงานอิสระกลุ่มอื่น

ข้อเสนอของสมาคมเกิดขึ้นจากปัญหาที่คนทำคอนเทนต์เผชิญ ทั้งการเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคม การกู้ซื้อบ้านไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานรายได้ ความไม่ชัดเจนด้านภาษี รวมถึงการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ว่าจ้าง

ปัจจุบัน สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยเพิ่งก่อตั้งได้ประมาณ 2 เดือน มีกรรมการ 11 คน และที่ปรึกษาอีก 8 คน โดยมีเป้าหมายรวบรวมข้อเสนอของผู้ประกอบอาชีพ เพื่อนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงแรงงาน กรมสรรพากร ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

น.ส.สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย เล่าว่า แม้สมาคมจะเพิ่งเริ่มดำเนินงาน แต่เสียงสะท้อนจากสมาชิกทำให้เห็นว่า ปัญหาของคนทำคอนเทนต์ไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันบนแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว หากเป็นการใช้ชีวิตในฐานะแรงงานอิสระที่ยังไม่มีระบบรองรับ หนึ่งในเรื่องที่เราอยากเข้าไปคุยกับกระทรวงแรงงาน คือเราค้นพบว่าครีเอเตอร์กู้บ้านไม่ได้ ไม่มีหลักฐานเครดิต ไม่มีเครดิตสกอริ่ง แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่ครีเอเตอร์ มันเป็นเรื่องของฟรีแลนซ์ ถ้าผลักดันเรื่องนี้ร่วมกันได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับ Gig Economy ทั้งประเทศ ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เลือกประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น หลายคนสร้างรายได้จากการรับงาน การทำคอนเทนต์ การขายสินค้า หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้โครงสร้างแรงงานของประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่สมาคมรวบรวมร่วมกับ DEPA และ ETDA พบว่า หากนับผู้ที่เคยสร้างรายได้จากการทำคอนเทนต์ภายใน 1 ปี ประเทศไทยจะมีผู้สร้างคอนเทนต์ประมาณ 9 ล้านคน แต่หากนับเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก รวมถึงกลุ่มไมโครอินฟลูเอนเซอร์ จะมีอยู่ประมาณ 3 ล้านคน

สมาคมจึงเตรียมเสนอให้กระทรวงแรงงานพิจารณารับรองคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในฐานะแรงงานอิสระ และเปิดโอกาสให้เข้าสู่ระบบคุ้มครองของรัฐ เบื้องต้นเราคงต้องเข้าไปหารือก่อน เพราะสมาคมเพิ่งตั้ง และยังอยู่ในช่วงเก็บข้อมูลจากสมาชิก แต่สิ่งที่อยากเห็น คือการทำให้ครีเอเตอร์เข้าไปอยู่ในระบบที่มีอยู่แล้ว เช่น การดูแลแรงงานอิสระ หรือการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 รวมถึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงแรงงาน สรรพากร และหน่วยงานอื่น ๆ มาคุยกันบนโต๊ะเดียวได้ อีกปัญหาที่สมาคมพบ คือคนทำคอนเทนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในระบบ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 33 หลายคนสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 หรือซื้อประกันเอกชนด้วยตัวเอง ขณะที่อีกจำนวนมากยังขาดความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์และการวางแผนภาษี

Advertisement

คนทำคอนเทนต์ไม่ได้หลีกเลี่ยงการเสียภาษี แต่ต้องการแนวทางที่ชัดเจน เพราะอาชีพนี้มีต้นทุนจำนวนมาก ทั้งค่ากล้อง ค่าอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โปรแกรม และค่าใช้จ่ายในการผลิตผลงาน ซึ่งสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ หากเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ถ้ารู้ตั้งแต่แรก หลายคนก็พร้อมจะจดบริษัท เพราะสุดท้ายแล้วค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปสามารถนำมาหักได้ แต่ทุกวันนี้หลายคนไม่กล้าเข้าสู่ระบบ เพราะกลัวว่าจะถูกเช็กภาษีย้อนหลัง สมาคมจึงเตรียมหารือกับกรมสรรพากร เพื่อผลักดันให้มีการรับรองอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมเสนอให้กำหนดแนวทางการเข้าสู่ระบบที่สร้างความมั่นใจแก่ผู้ประกอบอาชีพ

เมื่อถามว่า ปัญหาของคอนเทนต์ครีเอเตอร์แตกต่างจากแรงงานแพลตฟอร์มหรือไม่ น.ส.สุวิตา เห็นว่า ทั้งสองกลุ่มเผชิญปัญหาไม่ต่างกัน เพราะยังมีข้อถกเถียงว่าใครควรเป็นนายจ้าง ระหว่างแพลตฟอร์มหรือผู้ว่าจ้าง

“จริง ๆ เราเผชิญปัญหาเดียวกับแรงงานแพลตฟอร์ม คือมีคำถามว่าแบรนด์เป็นนายจ้างหรือไม่ หรือแพลตฟอร์มเป็นนายจ้าง เพราะบางโมเดลแพลตฟอร์มเป็นผู้จ่ายรายได้โดยตรง อย่างยูทูบก็จ่ายตามยอดรับชม แต่บางงานแบรนด์ก็เป็นผู้ว่าจ้างโดยตรง”

อีกปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด คือการเบี้ยวค่าจ้าง รวมถึงการว่าจ้างให้รีวิวสินค้าหรือบริการที่อาจผิดกฎหมาย มีทั้งการจ้างรีวิวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งที่รู้ว่ามีกฎหมายควบคุม หรือการจ้างรีวิวคริปโตฯ ทั้งที่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย บางรายถึงขั้นบอกว่า ถ้ามีคดีจะช่วยวางเงินประกันให้ ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะคนที่ต้องรับความเสี่ยงคือครีเอเตอร์

น.ส.สุวิตา กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไม่ได้มีเฉพาะอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แต่ยังรวมถึงผู้ค้ารายย่อย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้สูงอายุที่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สร้างรายได้ หลายคนคิดว่าครีเอเตอร์คือคนดัง แต่จริง ๆ แล้ววันนี้มีทั้งคนวัยทำงานและผู้สูงอายุที่สร้างรายได้จากการทำคอนเทนต์ มันกลายเป็นอาชีพและเป็นทางรอดของหลายครอบครัว หลังจากนี้ สมาคมเตรียมเข้าหารือกับกระทรวงแรงงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันข้อเสนอด้านการคุ้มครองแรงงาน ระบบภาษี เครดิตสกอริ่ง และการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม

จากนี้จึงต้องติดตามว่า ข้อเสนอของสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยจะได้รับการผลักดันไปสู่การดำเนินการของภาครัฐได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงที่กระทรวงแรงงานกำลังออกแบบกฎหมายรองรับแรงงานอิสระและแรงงานแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับแรงงานยุคใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย