ช็อก! 2 ขวบมารพ. อาเจียนไม่หยุด ก่อนเจอพยาธิไส้เดือนยาว 15 ซม.ออกจากปาก เพจดังเผยสาเหตุ แนะวิธีป้องกันเบื้องต้น
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก Sirinthon Homnak ได้โพสต์ภาพพยาธิไส้เดือนยาวกว่า 15 เซนติเมตร พร้อมระบุข้อความว่า “เด็ก 2 ขวบ มา รพ.ด้วยอาเจียน 10 กว่าครั้งตอนเที่ยง ดูเพลีย หน้าซีด กำลังจะให้น้ำเกลือ น้องอาเจียนอีกครั้ง พร้อมเหมือนมีเส้นอะไรพาดที่ปาก พร้อมทั้งดิ้นดุ๊กดิ๊ก ใช้ผ้าดึงออกมา OMG!!!!! พยาธิไส้เดือน ยาวประมาณ 15 ซม ระหว่างนอนรอ ออกมากอีก 1 ตัว ไม่อยากจะนึกเลยว่าในท้องจะมีกี่ร้อยตัว ถึงขนาดออกมาทางปากได้ #ก่อนกินก่อนเล่นเน้นเด็กล้างมือนะคับ”
ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้ตอบคอมเมนต์หลังมีผู้ใช้สื่อโซเชียลอีกรายสอบถามว่า “สาเหตุจากอะไร” ว่า “น่าจะหยิบอะไรเข้าปาก แล้วมีพยาธิติดอยู่ แล้วไปไข่ในท้องค่ะ เพราะส่งอุจจาระตรวจ มีไข่พยาธิเต็มไปหมด”

ทั้งนี้ เพจ Parasite stories เล่าเรื่องปรสิต ได้โพสต์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวโดยระบุ ว่า มีหลายท่านส่งข้อความมาถามว่า “ทำไมพยาธิจึงออกมาทางปากได้?” จากลักษณะรูปร่างคร่าวๆ น่าจะเป็น พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) พยาธิชนิดนี้ปกติอาศัยอยู่ในลำไส้เล็ก แต่เมื่อร่างกายมีไข้ ป่วยรุนแรง ได้รับยาบางชนิด หรือมีการอาเจียนอย่างรุนแรง พยาธิอาจเคลื่อนที่ผิดปกติ ย้อนจากลำไส้ ผ่านกระเพาะอาหารเข้าสู่หลอดอาหาร และออกมาทางปากได้
ในเด็กที่มีพยาธิจำนวนมาก (heavy infection) โอกาสเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้จะสูงขึ้น เนื่องจากมีพยาธิหลายตัวอาศัยอยู่ในลำไส้
จากเคสนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่า เด็กติดพยาธิไส้เดือนจำนวนมากการอาเจียนและการบีบตัวของกระเพาะอาหารกระตุ้นให้พยาธิไต่ย้อนขึ้นมา พยาธิที่เห็นยาวประมาณ 15 เซนติเมตรเป็นตัวเต็มวัย และการพบมากกว่า 1 ตัว อาจบ่งชี้ว่ายังมีพยาธิอยู่ในลำไส้อีกหลายตัว
ปกติแล้ว หลังจากผู้ป่วยอาการคงที่แล้ว แพทย์จะพิจารณาให้ยาถ่ายพยาธิที่เหมาะสม เช่น อัลเบนดาโซล (Albendazole) และติดตามภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น ลำไส้อุดตัน หรือพยาธิเคลื่อนเข้าสู่ท่อน้ำดี ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีพยาธิจำนวนมาก
พยาธิไส้เดือนไม่ติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง แต่ติดต่อจากการ กินไข่พยาธิที่ปนเปื้อนมากับดิน น้ำ อาหาร หรือมือที่ไม่สะอาด ไข่พยาธิจะออกมากับอุจจาระของผู้ติดเชื้อ และต้องใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ในดินจึงจะเจริญเป็นระยะที่สามารถก่อโรคได้ เมื่อคนเผลอกลืนไข่เข้าไป ตัวอ่อนจะฟักในลำไส้ อพยพผ่านตับและปอด ก่อนกลับมาเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้เล็ก
ดังนั้น การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ล้างผักผลไม้ให้สะอาด ใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และถ่ายพยาธิตามคำแนะนำในพื้นที่เสี่ยง เป็นวิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด


